"วัดบ้านน้อย : คุณค่าไม่น้อยที่ใกล้ดับสูญ"
"วัดบ้านน้อย : คุณค่าไม่น้อยที่ใกล้ดับสูญ"
สว.บ้านดอกไม้
เมื่อกลางเดือนมิถุนายน ๒๕๕๐ ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสได้มาสำรวจเส้นทางยุทธหัตถีกับศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมสัญจร ตั้งแต่เมืองสุพรรณมายังเมืองกาญจน์ มีปรากฏการณ์หนึ่งที่ผมมิอาจนิ่งเฉย ที่จะต้องกระจายข่าวและขอความร่วมแรงร่วมใจกันกล้าทำอะไรบางอย่างเพื่อยับยั้งไม่ให้โบราณสถานของเราพังลงมา วัดร้างหรือโบราณสถานแห่งนี้อยู่ใกล้กับดอนเจดีย์ที่บ้านทวน (อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี) จากการพินิจรูปแบบของหมู่พระเจดีย์ทำให้ทราบว่าเป็นรูปแบบในสมัยอยุธยา และยังแสดงถึงความหลากหลายของรูปแบบที่ชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาการก่อสร้างที่ไม่ใช่เวลาเดียวกันครั้งเดียว หมู่พระเจดีย์นี้ล้วนมีองค์ประกอบและสัดส่วนงดงาม หากเป็นฝีมือช่างท้องถิ่นก็ถือว่าฝีมือไม่ใช่ธรรมดาเลย ( อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลงานของกลุ่มสกุลช่างพนมทวน ทั้งนี้สามารถพบได้จากระเบียบของรูปแบบในเชิงช่างที่มีลักษณะเดียวกันตามบริเวณวัดใกล้เคียง) หมู่พระเจดีย์เหล่านี้ในสมัยที่ อาจารย์ประยูร อุรุชาฏะ (น. ณ ปากน้ำ)และคณะ ได้เคยมาสำรวจและลงในบันทึกพร้อมถ่ายภาพในนิตยสาร “ชาวกรุง เมษายน ๒๕๑๖”ชี้ให้เห็นชัดว่าเจดีย์มีความเอียงเซมานานแล้ว ปัจจุบันเจดีย์ในภาพของ อาจารย์ประยูรที่สมบูรณ์ที่สุดได้ล้มลงเหลือแต่ฐาน (ดูก็รู้แล้วว่าเมื่อเจดีย์ล้มส่วนที่สมบูรณ์ของเจดีย์เมื่อฟาดกับพื้นก็ไม่เหลืออะไรแล้ว น่าเสียดายและรันทดใจจริงๆ)
ในวันนี้พระเจดีย์ที่ผมกำลังชี้ให้เห็นถึงความน่าเป็นห่วงนี้ เป็นเจดีย์ที่มีสภาพความสมบูรณ์ใกล้เคียงกับภาพของอาจารย์ประยูร กล่าวคือไม่มีปล้องไฉนเหมือนก่อน แต่วันนี้องค์ระฆังถูกโจรใจบาปมารศาสนารังแกลับหลังชาวประชาในสภาพเหมือนถูกผ่าอก เพื่อควักเอาหัวใจ(ธาตุ)ไปขาย แต่เจดีย์องค์ดังกล่าวก็ยังสู้ทนยืนท้าลมแดดฝนแถมเอียงเซแต่ไม่ยอมล้มลงง่ายๆ มาถึงนาทีนี้ผมไม่แน่ใจว่าวันที่ท่านได้อ่านและรับทราบเรื่องราวอยู่นี้จะยังสู้ทนยืนเซอยู่หรือไม่ เพราะช่วงนี้ก็หน้าฝน ฐานเจดีย์ก็ทรุดลงไปกว่าเดิมมากเมื่อเทียบกับระยะ๑๐ปีก่อนที่ผมได้เคยมาสำรวจกับทีมนักวิชาการท้องถิ่นและนักวิชาการจากกรุงเทพฯ ความสำคัญของหมู่พระเจดีย์ที่วัดบ้านน้อยนี้ไม่ใช่มีคุณค่าเพียงแค่ความงามทางศิลปะสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อยู่ไม่น้อย ที่ผมกล้ายืนยันเช่นนี้เป็นเพราะวัดบ้านน้อยอยู่ห่างจากเจดีย์ยุทธหัตถี (ดอนเจดีย์ จ.กาญจนบุรี) รัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร ในระหว่างเส้นทางยังมีเจดีย์โบราณกระจัดกระจายอยู่มากมาย อาทิ วัดพังตรุ , วัดทุ่งสมอ ,วัดโบสถ์ เลยไปจนถึงวัดหนองขาว ฯลฯ รายทางไปถึงเมืองกาญจน์(เก่า) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพระเจดีย์เก่าสมัยอยุธยาที่มีรูปแบบหลากหลายต่างช่วงเวลาแทบทั้งสิ้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบริเวณแนวเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคมโบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนอยุธยา ซึ่งมีบันทึกตำนานท้าวอู่ทองมาถึงสมัยอยุธยา และเกิดชุมชนขึ้นมากมายตามรายเส้นทางคมนาคม ก่อให้เกิดการสร้างวัดวาอาราม สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เป็นเส้นทางเดินทัพที่สำคัญของพม่าและสยาม เพื่อที่จะรุกรานและป้องกันของแต่ละฝ่าย
วัดบ้านน้อยถือเป็นหนึ่งในชุมชนเก่าที่มีเรื่องราวทั้งจากประวัติศาสตร์ส่วนกลางและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ โดยมิควรปล่อยให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต้องเข้าคิวสูญสลายไปเป็นอดีตที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้ดังที่เกิดบทเรียนครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่พระเจดีย์ที่เอียงยิ่งกว่าหอเอนของเมืองใดๆ องค์นี้ต้องล้มไปอีกองค์ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราจะไม่เหลือหลักฐานความสำคัญของวัดบ้านน้อยที่ค่อนข้างสมบูรณ์และสวยงามทางสถาปัตยศิลป์ที่เหลือเพียงองค์นี้องค์เดียวอีกต่อไป
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|























