เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ แต่งแต้มฝัน เติมสาระ....สู่สังคม

ที่ไหนน่าไปเรียนรู้
ชื่อจังหวัด
 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้15
mod_vvisit_counterเมื่อวาน35
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้15
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว388
mod_vvisit_counterเดือนนี้967
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2222
mod_vvisit_counterยอดรวม35077

We have: 1 guests, 1 bots online
ที่อยู่คุณ: 38.107.179.244
Today: พ.ค. 20, 2012
เข้าสู่ระบบ



กัลยาณมิตร










"วาดศิลป์ที่บ้านเกิด ปี2553"

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

"วาดศิลป์ที่บ้านเกิด ปี2553"

 

 

25 พฤษภาคม 2553 โรงเรียนบ้านหนองแฟบ

 

                โครงการวาดศิลป์ที่บ้านเกิดได้มาเยือนโรงเรียนบ้าหนองแฟบอีกครั้งหนึ่ง  ที่บอกอย่างนี้เพราะว่าการมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากที่ปีพ.ศ.2552 เคยมาจัดที่นี่ไปแล้วครั้งหนึ่ง  การแสดงออกของเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นการ่วมมือที่ดี  เด็กๆรู้สึกสนุกสนานและตื่นเต้นตลอดการร่วมกิจกรรม  คงจะมีแต่อากาศที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับเราเท่าไหร่ที่ช่างอบอ้าวเหงื่อไหลกันเป็นน้ำเลยแหละถึงแม้ว่าแดดจะไม่แผดและเผาเราเลยก็ตาม...อากาศอาจจะอ้าวก็ไม่ส่งผลต่อรอยยิ้มของผู้สอนครูตั้งที่เต็มที่ในการให้ความรู้ความสนุกแก่เด็ก  และสิ่งสำคัญที่ครูตั้งได้สอนและบอกเด็กว่า ศิลปะไม่มีผิด  จะผิดก็คือไม่ยอมทำ  ในขณะเดียวกันการสื่อสารด้วยภาพก็มีความสำคัญยิ่งเช่นกัน  ถ้าเราต้องการสื่อสารให้คนดูภาพรู้สึกดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับฝีมือทั้ง 2 ข้างของเราด้วยเหมือนกัน  ทำให้น้องบางคนที่ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ก็ได้เรียนรู้กันในกิจกรรมครั้งนี้กันไปถ้วนหน้า  กิจกรรมครั้งนี้ยังมีพี่นก พี่ออย  ครูอ้นที่มาในครั้งนี้ด้วยก็รู้สึกอิ่มเอมใจ  ในการได้ทำกิจกรรมซึ่งยังมีพี่จุ๋ม  พี่นัท  พี่อาร์ต  และพี่ศักดินันท์ จากบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ที่ได้ช่วยกันทำสิ่งดีๆในโครงการวาดศิลป์ที่บ้านเกิดและร่วมกันพัฒนาศักยภาพของน้องๆรวมทั้งพัฒนาจิตใจควบคู่กันไป  ผู้ทำกิจกรรมทุกคนเพียงหวังว่าสังคมจะได้เติมเต็มบ้างเท่านั้นจริงๆ

 

พี่นก

 

 

27 พฤษภาคม 2553 โรงเรียนมาบชลูด

 

วันนี้เป็นคิวของโรงเรียนมาบชะลูดที่ได้มาร่วมกิจกรรม วาดศิลป์ที่บ้านเกิดซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ความสนุกได้เริ่มพร้อมกับอากาศที่ไม่ร้อนและมีลมพัดเย็นดี(ไม่ใช่ริดสีดวงนะ^_^) กิจกรรมจึงดำเนินไปอย่างเรื่อยๆและราบรื่น  ความตื่นเต้นได้เริ่มโดยที่ครูตั้งได้ถามบ้านช่องภูมิลำเนาของแต่ละคนว่าอยู่ที่ไหนจังหวัดอะไร  ซึ่งแน่นอนยกมือกันพรึบแบบค้างๆไว้อีกต่างหากเชิงทำนองว่าขอหนูตอบด้วย  เล่นยกมือค้างรอกันให้พรึบขนาดนี้งานเลยเข้าครูตั้งทันใดสายตามองไปที่ครูตั้งและสื่อสารว่าอย่าลืมถามหนูนะหนูอยากตอบนะไม่งั้นหนูจะไม่เอามือลงจริงๆด้วย (พี่นกคาดเดาเอา...หุหุหุ) ครูตั้งเลยต้องถามว่าอยู่จังหวัดอะไรแบบว่ารายคนอย่างครบเลยทีเดียว 

 

                ในวันนี้ครูตั้งได้บอกกับเด็กๆว่าเราจะไม่ใช่ว่ามาเรียนนะแต่เราจะมาเล่นกัน เล่นสี” “อย่ากลัวสีจะเจ็บ..อย่ากลัวสีหัก..และอย่ากลัวสีหมด”...พร้อมพูดล้อเล่นว่าเดี๋ยวก็มีผู้ใหญ่ใจดีแจกเพิ่มพร้อมส่งสายตามองไปทางพี่นัท และพี่อาร์ต จากบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) (พี่นัทและพี่อาร์ตได้ยิ้มและหัวเราะแห้งๆอย่างน่ารักตอบเป็นท่าทางอย่างมีนัยยะไปทันที^_^)  น้องๆทุกคนในวันนี้จึงไม่มีกรอบในการรังสรรค์งานศิลปะในชนิดแบบหนึ่งเดียวในโลกกันอย่างหลุดกรอบกันถ้วนหน้าซึ่งงานออกมาก็มีรูปแบบที่สร้างสรรค์ สนุกสนาน และงดงามทีเดียว  แน่นอนว่าทุกคนที่มาร่วมโครงการในวันนี้มีโอกาสได้มารับรู้ ได้มาเล่นสี  ได้มาเสริมสร้างพัฒนาการ  ซึ่งมีเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้มา ครูตั้งจึงได้ให้ข้อคิดและคำแนะนำให้ทุกคนได้นำสิ่งที่ได้รับในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นความรู้  เทคนิค  ความสนุกสนาน  และอื่นๆอีกมากมาย ไปถ่ายทอดและแบ่งปันให้เพื่อนด้วย  ทุกคนน่ารักมากได้ให้คำมั่นสัญญาเป็นอย่างดี.....แน่นอนนะจ๊ะเด็กๆว่าครูและพี่ๆที่ร่วมกันทำโครงการวาดศิลป์ที่บ้านเกิดจะติดตามน้องๆในใจตลอดไปจ่ะ

 

พี่นก

 

 

2  มิถุนายน  2553 โรงเรียนระยองวิทยาคมนิคมอุตสาหกรรม

 

                “12..123..12..12..1 โอ้ว...ว๊าววเสียงปรบมือดังเป็นจังหวะของน้องๆ ระดับชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนระยองวิทยาคมนิคมอุตสาหกรรม 2 ดังไปทั่วพื้นที่ใต้ร่มไม้ บริเวณลานหน้าโรงอาหาร พื้นที่ที่น้องๆ จะได้ใช้ความคิดและจินตนาการของตนเองได้อย่างเต็มที่ เปิดกว้าง และอิสระเสรีหลังจากที่น้องๆ จับกลุ่ม วาด..ศิลป์..ที่..บ้าน..เกิดได้เป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาแห่งความหรรษาที่จะได้จากการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง น้องๆ จะได้รับความสนุกสนานมากกว่าที่อยู่ในห้องเรียนกับตำรา

 

                เสียงคำถาม คำตอบ ที่ดังอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะที่ครูตั้งกำลังบรรยาย เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า น้องๆ ให้ความสนใจในการเรียนครั้งนี้เป็นอย่างดี เมื่อถึงเวลาลงมือปฏิบัติ รูปภาพที่ออกมาก็แสดงถึงจินตนาการ ความคิดที่น้องๆ มีอยู่ในขณะนั้น ศิลปะไม่มีผิด ถ้าจะผิดก็ผิดที่ไม่ลงมือทำประโยคที่ครูตั้งชอบบอกกับน้องๆ อยู่เสมอเพื่อให้น้องๆ ได้กล้าที่จะลงมือทำ เนื่องจากน้องๆ หลายๆ คนอยู่ในช่วงวัยรุ่นในช่วงแรก ทำให้เด็กๆ ในช่วงนี้ค่อนข้างมีโลกส่วนตัว และต้องคิดให้มากขึ้นก่อนที่จะลงมือทำ จึงทำให้การลงมือสร้างผลงานออกมานั้นช้าลง แต่ในที่สุดผลงานของน้องๆ ทุกคน ทุกชิ้นก็ล้วนแล้วแต่ออกมาสวยงาม อย่างที่น้องๆ ได้ตั้งใจทำ

 

                เวลาผ่านไปจนถึงช่วงประมาณบ่ายสองโมงเราก็ได้งานกลุ่ม รูปภาพเมืองระยอง ผลงานของน้องๆทั้ง 5 กลุ่มนั่นเอง ซึ่งแต่ละกลุ่มก็สื่อถึงเมืองระยองแตกต่างกันไปตามหัวข้อที่ได้รับ แต่สิ่งที่ทุกกลุ่มมีเหมือนกันก็คือความสวยงามและความตั้งใจที่ใส่ลงในผลงานนั่นเอง และเมื่อมาถึงช่วงเพ้นท์เสื้อคำว่า ลูกเทวดาก็ยังเป็นคำยอดฮิต ยอดนิยม ของเด็กๆแถวนี้อยู่นั่นเอง เพราะจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะมีคำนี้อยู่บนเสื้อของน้องๆ หลายคนเลยทีเดียว

 

                ในที่สุดเวลาแห่งความสนุกสนานหรรษาก็ถึงเวลาหมดลง เราก็ได้มาถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเป็นที่ระทึก เอ๊ย ระลึกเอาไว้ ให้นึกถึงบรรยากาศที่เราเคยได้มีเวลาที่สนุกสนานร่วมกันนั่นเอง พี่อยากจะฝากถึงน้องๆ ทุกคนไว้นะคะว่า เรามีโอกาสมากกว่าอีกหลายๆ คนที่ไม่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ดังนั้นความรู้ที่น้องๆและประสบการณ์ดีๆ ที่น้องๆ ได้รับไปนั้นขอให้นำไปใช้พัฒนาตนเองเพื่อให้เกิดประโยชน์ให้ได้มากที่สุดนะคะ

                                                                                      

พี่ออย

 

 

8  มิถุนายน  2553  โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 2

 

                ลมพัดเย็นๆ กับบรรยากาศครึ้มๆแบบฝนใกล้จะตก ภายใต้หลังคาบนเนินดินของลานอเนกประสงค์โรงเรียนชุมชนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 2  กับน้องๆ ทุกคนดูกระตือรือร้นที่อยากจะเข้าร่วมกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความใจจดใจจ่อ

 

                วาด...ศิลป์...ที่...บ้าน...เกิดน้องๆส่งเสียงดังเจื้อยแจ้วขณะเริ่มทำการจับกลุ่ม หลังจากที่ลังเลกับการหาผู้กล้าของพี่ออย (สงสัยกลัวว่าจะเอาออกมาเต้นโชว์เพื่อนๆ) และแล้วก็ได้กลุ่มแห่งความสามัคคีทั้ง 5 กลุ่มเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้ก็มาถึงเวลาของคุณครูตั้ง ที่จะมาเป็นผู้สอนน้องๆ ให้สนุกไปกับศิลปะ โดยใช้สีชอล์คน้ำมันวาดรูปทรงต่างๆลงไปบนกระดาษขาวๆ แต่งแต้มสีสันได้ตามใจ ครูตั้งบอกว่า สี เส้น ที่น้องๆใช้นั้น สามารถที่จะบอกลักษณะของคนๆนั้นได้ว่ามีลักษณะอย่างไรน้องๆทุกคนให้ความสนใจกับสิ่งที่ครูตั้งกำลังอธิบาย และทุกคนสนุกสนานกับการละเลงสีลงไปบนกระดาษขาวเป็นอย่างมาก พร้อมกับเสียงของครูตั้งที่บอกกับน้องๆอยู่เสมอว่า อย่ากลัวสีหมด อย่ากลัวสีเจ็บ สีนั้นมีไว้ให้ใช้ อย่ากลัวว่าจะหมด

 

                หลังจากพักทานข้าวกลางวันแล้วก็พาน้องๆมาย่อยอาหาร แอปเปิ้ลๆๆ มะละกอๆๆ กล้วยๆๆ ส้มๆๆๆ....น้องๆ เต้นกันเป็นที่สนุกสนาน บางคนก็ยังอายๆเต้นแบบกลัวๆกล้าๆ (อิอิ ไม่เป็นไร เป็นการหยอกน้องเล็กๆของพี่เอง) ก่อนที่จะเริ่มเรียนรู้ศิลปะกับคุณครูตั้งใหม่ในตอนบ่าย และแล้วเวลาในช่วงบ่ายก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว น้องๆทุกคนที่นี่ตั้งใจเรียนตั้งแต่ต้นจนหมดเวลา และแล้วก็ได้ผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ ผลงานฝีมือน้องๆทุกชิ้นล้วนมีคุณค่า เพราะว่ามาจากฝีมือตัวเอง ที่เริ่มกล้าคิด กล้าลงมือทำ ก่อนที่คุณรูใหญ่จะมอบเกียรติบัตรให้น้องๆทุกคน และแล้วเวลาที่แสนสนุกสนานก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว บาย..บาย.. ถ้ามีโอกาสเราคงได้พบกันอีก ขอให้น้องๆนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเอง เป็นเด็กดีกันนะจ๊ะทุกคน

 

พี่ออย

 

10  มิถุนายน  2553  โรงเรียนวัดชาผักกูด

 

ความต่อเนื่องในการเดินทางของโครงการวาดศิลป์ที่บ้านเกิดปี 2553 มาถึงครั้งที่ 5 แล้ว ณ โรงเรียนวัดชากผักกูด  ครูตั้งเองก็ไม่ลืมจะตั้งคำถามว่า ทำไมให้กับเด็กๆโรงเรียนวัดชากผักกูดได้รู้จักตนเองว่าทำไมต้อง ชากผักกูดบางคนก็ว่าเป็นที่ของซากผักกูด  เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้เด็กๆไปตามสืบเสาะหาคำตอบต่อไป

 

                ความตื่นเต้นและเข้าใจไม่ได้จบเพียงแค่การหาคำตอบเพียงแต่ที่มาของ ชากผักกูดเพียงเท่านั้น การสร้างสรรค์งานก็เริ่มขึ้นด้วยรอยยิ้ม  และท่าทางที่สงบนิ่งในการสร้างงานศิลปะอย่างไม่มีกรอบของเด็กๆโดยมีครูตั้งเติมและเสริม ในเรื่องของเทคนิคและวิธีการต่างๆแบบไม่มีอั้นกันเลย  บางคนจับสีขึ้นมาชูดูสักพักหนึ่งเพื่อสังเกตและเปรียบเทียบสีตามที่ครูตั้งได้สอน (คิดว่าสงสัยว่ามันคืออะไรซะอีก...หุหุหุ)  ไม่เพียงแต่ครูตั้งที่เป็นผู้นำหลักเติมเต็มและให้ความรู้ยังมีครูต้อม  ครูจูน คอยช่วยเดินดูและแนะนำตามจุดต่างๆ  พร้อมกับพี่ๆจากบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) นำโดย พี่นัท  พี่อาร์ต  พร้อมด้วยพี่เมและพี่นุนิ ที่คอยเป็นกำลังส่งเสบียงในการเติมพลังสมองให้กับเด็กๆทั้งหลาย  ยังมีพี่นกที่คอยพูดซ้ำๆให้น้องๆเก็บขยะรอบๆตัวอยู่เสมอๆ เรียกว่าจำขึ้นใจกันไปจนกลับบ้านแถมนอนฝันต่ออีกเลยก็ว่าได้นับเป็นอีกวันหนึ่งที่เด็กๆเหล่านี้คงจะได้อะไรๆกลับไปไม่มากก็น้อย  และหวังว่าคงจะนำสิ่งดีๆไปใช้ประโยชน์กันนะจ๊ะ  พี่ๆครูๆเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆจ่ะ

 

พี่นก

 

16 มิถุนายน 2553  โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง3

 

                อากาศดีๆ มีลมกำลังสบายอย่างเช้าวันนี้ ครูตั้งพร้อมพี่ๆ Staff ชวนน้องๆโรงเรียนชุมชนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 3 ไปเปิดห้องเล่นศิลปะ (ไม่ใช่ห้องเรียน :D) กันที่ใต้ร่มไม้ มีผนังห้องใสๆ มองไปได้ไกลสุดตา พื้นคือดินเย็นๆแถมมีดอกหญ้าหลายพันธุ์ขึ้นแซมกัน เพดานคือท้องฟ้าที่เปลี่ยนลวดลายไปได้เรื่อยๆ บรรยากาศห้องแบบนี้ช่วยบิลด์อารมณ์ศิลปินให้น้องๆได้ไม่มากก็น้อยล่ะค่ะ และแล้วเวลาเปิดกล่องสีก็มาถึง เมื่อครูตั้งเริ่มตั้งเวทีเสวนาเล็กๆเพื่อสร้างพลังแห่งการเรียนรู้ก่อนที่จะให้ลงน้องๆลงมือปฏิบัติโชว์ลีลาเพ้นติ้งตามสไตล์ของตัวเองอย่างเสรี กิจกรรมช่วงเช้าเสร็จสิ้นลงที่เวลาประมาณ 11.45นาฬิกา เพื่อให้พี่ๆ น้องๆพักรับประทานอาหารกลางวัน แล้วมาพบกับครูตั้งและพี่ๆ staff อีกครั้งช่วงบ่าย ก่อนที่จะให้น้องๆได้โชว์ฝีมืออีกรอบครูนกก็แจกโอเล่ให้น้องๆวิ่งกันจนเหนื่อยไปหลายรอบ?!! ช่วงบ่ายพระอาทิตย์แก้มแดงมากๆ พวกเราก็เลยต้องย้ายห้องเล่นจากใต้ร่มไม้มาเป็นที่อาคารเอนกประสงค์แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปท์ open air ครูตั้งเปิดประเด็นช่วงบ่ายด้วยการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เกี่ยวข้องกับเมืองระยองบ้านของน้องๆให้ฟังกันก่อน น้องๆสนใจและช่วยแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนาน ผิดถูกก็ไม่ว่ากันค่ะ ต่อด้วยการทำงานกลุ่มที่น้องๆร่วมมือร่วมใจกันออกไอเดียวาดภาพบรรยากาศจังหวัดระยองที่น้องๆรู้จักและกิจกรรมเพ้นท์เสื้อที่น้องๆต่างก็รอคอย พี่ๆได้เห็นลายเสื้อที่หลากหลายของน้องๆ สวยๆทั้งนั้นค่ะ บางคนก็เกาะกระแสบอลโลกให้เข้าสมัยด้วยล่ะ หลังจากกิจกรรมเพ้นท์เสื้อซึ่งเป็นกิจกรรมสุดท้าย น้องๆก็ได้รับประกาศนียบัตร ได้รับข้อคิดดีๆจากคุณครูใหญ่ของโรงเรียนและครูตั้ง แล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้านโดยไม่ลืมที่จะนำเสื้อของแต่ละคนที่เพ้นท์ไปซักรีดที่บ้านและชื่นชมผลงานของตัวเองค่ะ(ใส่ไปไหนกันบ้างน้า?)

 

พี่ออม :D

 

22 มิถุนายน 2553  โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง6

 

                ลานดินเปียกๆ ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ หลังจากที่ฝนได้หยุดตกลงมา ณ โรงเรียนชุมชนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 6 บรรยากาศเย็นๆ ภายใต้ท้องฟ้าครึ้มๆ พร้อมกับน้องๆ กลุ่มหนึ่งที่มีจำนวน 33 คน วาด...ศิลป์...ที่...บ้าน...เกิดหลังจากที่จับกลุ่มแห่งความสามัคคี ได้แล้วทั้ง 5 กลุ่ม อยากเรียนหรือยังทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน อยากค่ะ/ครับและแล้วทุกคนก็ไปนั่งบนผืนผ้าใบที่ปูทับพื้นดินเปียกๆ เอาไว้

 

                สีร้อน สีกลาง สีเย็น องค์ประกอบทางศิลปะ เส้นตรง เส้นนอน สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ฯลฯ ทุกๆอย่างถูกถ่ายทอดออกมาจากครูตั้ง ที่น้องๆกำลังตั้งใจฟังอยู่ในขณะนั้น และทุกๆอย่างที่คุณครูได้ถ่ายทอดผ่านคำพูด เส้นและสีนั้น ก็ได้มาอยู่บนกระดาษของน้องๆ ทุกคน ด้วยฝีมือ และความคิดของน้องๆเอง  คำถามเกี่ยวกับเมืองระยองคำถามแล้วคำถามเล่า ถูกยกมือตอบจากน้องๆ (ซึ่งดูจะมีแต่ป.5เพราะป.6ไม่ค่อยยกมือ อิอิ) เปาะ...แปะ...เปาะ...แปะ...ความสนุกสนานและความบันเทิงที่กำลังดำเนินอยู่นั้น ถูกขัดจังหวะจากพระพิรุณ ที่โปรยปรายลงมาหนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องย้ายที่เรียน ไปเรียนอยู่ในอาคารแทน ซึ่งไม่รู้ว่าจะโชคไม่ดีหรือเปล่าที่ห้องๆนั้น ไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ แต่พวกพี่ๆ staff ทุกคนก็ไม่ได้ปล่อยให้น้องๆ ร้อนอย่างแน่นอนเพราะว่าจะคอยพัดให้น้องๆอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะให้น้องๆเรียนได้อย่างมาความสุข

 

                หลังจากพักกลางวันครูตั้งก็ได้บอกถึงจุดดีจุดด้อยของภาพแต่ละภาพที่น้องๆ วาดพร้อมกับข้อเสนอแนะดีๆ ที่จะให้น้องๆนำไปปรับปรุงแก้ไข และแล้วเราก็ได้ย้ายที่เรียนกันอีกครั้งหนึ่งไปที่โรงอาหาร คราวนี้โชคดีที่มีพัดลมและโรงอาหารก็โล่ง กว้าง พอที่จะให้น้องๆ เรียนรู้ได้ต่อ หลังจากที่น้องๆได้เลือกแล้วว่าจะทำงานกลุ่มก่อนที่จะเพ้นท์เสื้อ ทุกคนก็มุ่งมั่น ตั้งใจ มีการปรึกษาหารือกันภายในกลุ่มเพื่อที่จะให้ผลงานของตนเองนั้นออกมาสวยงาม และแล้วเราก็ได้ภาพงานกลุ่มของน้องๆทั้ง 5 กลุ่มที่ตั้งใจวาดกันอย่างสุดฝีมือ และเสื้อเพ้นท์ที่คำว่า ลูกเทวดาก็ยังดูจะเป็นคำยอดฮิตของเด็กๆ ที่นี่ซะเหลือเกินเพราะน้องๆ หลายคนก็ใช้คำนี้ลงบนเสื้อของตัวเอง และแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะต้องจากกัน เราก็หวังว่าน้องๆจะนำความรู้ที่ได้ในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองต่อไป.....

 

พี่ออย

 

25 มิถุนายน 2553  โรงเรียนบ้านหนองระกำ

 

                บ้านหนองระกำเป็นชื่อของโรงเรียนและหมู่บ้านซึ่งพวกเราศูนย์ศิลปวัฒนธรรมสัญจร ร่วมกับ บริษัท เหมราช พัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) มาจัดกิจกรรมกันที่นี่วันนี้  ไม่รู้ว่าที่มาของที่นี่เป็นอย่างไร หรือว่ามีคนช้ำรักมาโดน้ำที่หนองแห่งนี้ หรือว่าคนที่มีความทุกข์  ความช้ำ  มานั่งทอดใจ ส่งอารมณ์ยังหนองหมู่บ้านแห่งนี้ หรือบริเวณหนองมีต้นระกำเยอะ  พี่นกเองก็ไม่รู้ได้แต่คาดเดาไปเรื่อยเปื่อย  แต่..เมื่อได้เห็นเด็กๆที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ดูท่าทางแล้วไม่มีท่าทางระกำใจให้เห็นเลยซักนิด  ท่าทางเต็มไปด้วยความร่าเริง  เบิกบานใจ  และความกระหาย  ยิ่งเมื่อครูตั้งพูดเน้นว่าวันนี้เราไม่ได้มาเรียนแต่พวกเรามาเล่นสีกัน” (เป็นคำลิขสิทธิ์ที่ครูตั้งใช้ประจำๆ)  ทำให้เด็กๆยิ่งชอบใจใหญ่พร้อมด้วยหัวใจที่พองโตเตรียมเปิดรับสาระความรู้และปล่อยตัว ปล่อยใจ ไม่มีกรอบ พร้อมกระตือรือร้นเตรียมสร้างสรรค์งานอีกต่างหาก  ซึ่งยังมีครูอ้นที่คอยแนะนำน้องๆอีกคนหนึ่ง  พร้อมกับพี่นกที่คอยกระตุ้นให้ช่วยกันเก็บเศษขยะรอบตัวบวกสอนการคิดเพื่อส่วนรวม(เหมือนที่ครูบาอาจารย์พี่นกได้สอนมา) ซึ่งหากช่วยกันเก็บขยะก็จะทำให้สะอาดไม่ทำให้ให้ใครเผลอเหยียบลื่นเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย  ยังมีพี่นัทจากบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ที่มาช่วยพี่นกกระตุ้นให้น้องๆเก็บขยะอีกแรง

 

                ในวันนี้ทุกคนเพียงได้กินอิ่ม  ได้ของขวัญ  ของรางวัลนำกลับบ้าน  ยังได้ความสนุก  ความสุขใจ  พร้อมแบกสะพายความรู้  ความเสียสละ  ความสามัคคี  และการแบ่งปัน  แบกใสเป้เตรียมไปแจกจ่ายให้กับเพื่อนที่ไม่ได้มา เพราะน้องๆได้สัญญากับครูตั้งและเหล่าพี่Staff เอาไว้ ซึ่งคิดเหมือนกันทุกคนว่าแค่ขอให้น้องๆได้ทำตามสัญญาแค่นี้ก็มากกว่าคำขอบคุณที่น้องๆให้พวกเรามาซะอีก

 

พี่นก

 

30 มิถุนายน 2553  โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง13

 

                กลับมาเจอกันอีกครั้งในครั้งที่ 13 กับกิจกรรมโครงการวาดศิลป์ที่บ้านเกิด 2553  ที่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเติมเต็มให้กับน้องๆเด็กๆในบางมุมที่ได้ขาดไป  โดยใช้ศิลปะเป็นการพัฒนาอารมณ์และจิตใจจะส่งผลให้เกิดความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลและคิดทำในสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์  พร้อมกับการได้เข้าใจมุมมองในการคิดของฐานเพื่อส่วนรวมที่ได้มาร่วมกิจกรรมซึ่งจะทำให้ประเทศและสังคมเป็นสังคมที่มีความสุข  และในวันนี้มีพี่นก  ครูต้อม  ครูจูน  จากศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมสัญจร  พร้อมด้วยพี่ๆจากบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) คือ พี่นัท พี่อาร์ต  พี่เม  พี่นุนิ  ที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันจับปูใส่กระด้ง เอ้ย! ช่วยกันจัดความเรียบร้อยให้เด็กๆ เพราะว่าความต่างของช่วงชั้นของน้องๆหรือเรียกว่ามีตั้งแต่ป.1-ป.6 พร้อมกับมีคุณครูสาวสายมาปูเสื่อให้น้องๆอนุบาลมานั่งดูฝั่งพี่ๆที่กำลังร่วมทำกิจกรรมศิลปะ  น้องอนุบาลนั่งดูอยู่ซักพักทนไม่ไหวก็มาปิดประตูตีแมว เอ้ย ! มาล้อมวงเหล่าพี่ๆที่ทำกิจกรรมอยู่อย่างที่เรียกว่ารอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าใบ...ซักพักความเรียบร้อยก็กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง (เฮ้อ!..อารมณ์ถอนหายใจ ประมาณว่าเกือบไม่มีอากาศหายใจ) น้องๆทุกคนที่ร่วมกิจกรรมในวันนี้นับว่ามีโอกาสซึ่งก็ได้เรียนรู้  ได้เล่นสี  กระตุ้นพัฒนาการของตนเองในแง่ความรู้ความสามารถไปอีกขั้นหนึ่ง  ซึ่งหารู้ไม่ว่าอาจจะไปสร้างแรงบันดาลใจหรือแรงกระตุ้นให้กลุ่มที่ไม่ได้มาในการฝึกพัฒนาด้วยเช่นกัน  พี่นกหวังว่าน้องๆที่มาร่วมกิจกรรมจะทำตามที่สัญญากับพี่ๆครูๆที่จะไปบอกต่อความรู้..แนะนำ..และแบ่งปันให้กับเพื่อนที่ไม่ได้มา...  แค่หวังเพียงเท่านี้จริงๆ

 

 พี่นก

 

6 กรกฎาคม 2553โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง 8

 

                เช้าวันนี้เราเริ่มต้นทักทายกันด้วยรอยยิ้มเล็กๆน้องๆรร.นิคมสร้างตนเอง จ.ระยอง 8 หน้าตาของน้องๆทุกคนเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะมาสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างเต็มที่ จากการเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม ตามมาด้วยเสียงหัวเราะ คำถาม คำตอบ อีกมากมาย โดยมีครูตั้ง เป็นผู้ตั้งคำถามและอธิบายคำตอบอย่างละเอียด พร้อมด้วยโปรโมชั่นการแจกคะแนนอย่างไม่อั้น น้องๆแย่งกันตอบคำถามแบบกระหน่ำฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว วันนี้เราเริ่มต้นสร้างสรรค์การวาดภาพ วาดศิลป์ที่บ้านเกิด…” กันในอาคารหอประชุมของโรงเรียน อันที่จริงแล้วตามคอนแซบ เราจะเรียนกันในห้องเรียนที่หรูหรากว้างขวางกว่านี้ คือ ห้องเรียนที่มีท้องฟ้าเป็นเพดาน(ไม่ใช่แผ่นกระเบื้อง) มีผนังเป็นต้นไม้ ภูเขา(ไม่ใช่อิฐบล็อก) แต่มีข้อผิดพลาดบางอย่างที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ไม่เป็นไรนั่นไม่ใช่อุปสรรค คนพร้อม+ใจพร้อมซะอย่าง เรียนที่ไหนก็ได้สบายมากเมื่อทุกอย่างพร้อม เราก็เริ่มลงมือปฏิบัติงานศิลป์กัน ครูตั้งให้น้องๆเตรียมความพร้อมการสร้างสรรค์งานศิลป์ด้วยการ วาดเส้นตรง เส้นตรงหนึ่งเส้นที่มีความหมายในตัวเอง คือเส้นตรงที่ใจสั่งมาตามด้วยเส้นตรงอีกหลายๆเส้น หลังจากที่น้องๆวาดเส้นตรงเสร็จสิ้นไปหลายสิบเส้นหลากหลายสี ครูตั้งและพี่ staff ทั้งหมดก็เห็นถึงแววมุ่งมั่นของน้องๆที่อยากจะถ่ายทอดความเป็นตัวเองผ่านงานศิลปะอย่างเต็มที่แล้ว  งานต่อไปจึงมีทั้ง เส้น สี รูปร่าง รูปทรง และเรื่องราวมากมายที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงาม ปิดท้ายความงามด้วยคำชมของครูตั้งที่อธิบายถึงฝีมือการสร้างสรรค์ของน้องๆ

 

                เวลาแห่งความสนุกผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนน้องๆลืมไปเลยว่า เราต้องรับประทานอาหารกัน อาหารเที่ยงมาพร้อมกับสายฝนที่เย็นสบาย หลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว พี่ออยใจดี มีเพลงเพราะๆมาให้น้องๆฟัง ทั้งร้องทั้งเต้นกัน(แก้ง่วง) ความมุ่งมั่นความเป็นศิลปินฉายแววอีกครั้ง จนครูตั้งต้องเข้ามาประสานงานต่อ กิจกรรมในช่วงบ่ายทำให้น้องๆตื่นเต้นกันพอสมควร กิจกรรมแรก งานกลุ่ม น้องๆที่นี่มีความสามัคคีกันดีมาก ทำงานกลุ่มได้อย่างดีเยี่ยม กิจกรรมต่อไป คือ การเพ้นท์เสื้อ น้องๆมีความตั้งใจกันมาก เพราะนี่คือ เสื้อตัวเดียวในโลกไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน คราวนี้เวลาแห่งความสนุกหมดลงแล้วจริงๆ เสร็จสิ้นกิจกรรมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คุณครูใหญ่ได้มอบเกียรติบัตรให้น้องๆเพื่อที่น้องๆจะได้มีความภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งเราเคยได้ทำอะไรดีๆเพื่อตัวเอง และสิ่งดีๆในวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับตัวน้องเองและเป็นประโยชน์กับผู้อื่นในสังคมในภายภาคหน้าต่อไป

 

ครูจูน

 

8 กรกฎาคม 2553โรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง10

 

ทันทีที่พวกเราสลัดผ้าใบปูลงบนผืนหญ้าใต้ร่มทิวไม้ใหญ่ ห้องเรียนศิลปะแห่งใหม่ของพวกเราก็ได้เริ่มขึ้น

 

                โรงเรียนนิคมฯ 10 นี้อยู่ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมท่ามกลางแมกไม้ประจำถิ่นสลับกับไม้ปลูกเลี้ยงชีพ เช่น ไร่สัปปะรดและสวนยางพารา โดยไม่ไกลนักก็มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่  สภาพแวดล้อมเช่นนี้ผิดกับบ้านของฉันมากนักทำให้ฉันรู้สึกสบายๆเมื่อได้มาเยือน และเช่นเดียวกันน้องๆที่นี่ก็อาจจะขัดเขินอยู่บ้างเมื่อได้พบพวกเราและได้พบเพื่อนใหม่ต่างชั้นเรียน แต่เมื่อทำกิจกรรมสนุกๆออกท่าทางร่วมกันไม่นาน เราก็กลายเป็นพวกเดียวกัน  ความต่างอีกอย่างก็คือโอกาสเพราะได้ยินจากคุณครูว่าโรงเรียนแห่งนี้ยังไม่เคยมีคุณครูสอนศิลปะแบบเน้นๆเลย โอกาสนี้จึงดีทีเดียวสำหรับน้องๆทุกคนที่มาเจอกัน เพราะ ณ ห้องเรียนศิลปะสัญจรแห่งนี้พี่ๆทุกคนตั้งใจให้น้องๆสนุกกับศิลปะในแบบฉบับของตนเองได้ ด้วยความรู้พื้นฐานศิลปะง่ายๆขอแค่มั่นใจกล้าแสดงออกและมีความสุขที่ได้วาดระบายภาพตามจินตนาการ

 

                เพียงไม่นานในช่วงเช้าจรดช่วงบ่าย กระดาษที่เคยเป็นสีขาว กับ เสื้อที่เคยเป็นสีดำ ก็เต็มไปด้วยเส้นสีลีลาต่างๆโลดแล่นลากต่อกันไปมาเป็นรูปร่างรูปทรงนานา เป็นทิวทัศน์ละแวกบ้านในวันนี้ บ้างอากาศดีบ้างมีฝนตกขีดๆประปราย เป็นต้นไม้ยักษ์สีสดใส เป็นบ้านหลังงามด้วยหลังคาแจ่มหลากสี มีเจ้าหมาน้อยย้อมสีเขียว มีเจ้าหมูตัวอ้วนกลมสีชมพูอู๊ดๆ... และผลงานที่น้องๆได้ร่วมใจกันคิดจินตนาการร่วมมือกันเป็นทีมงานที่แข็งขันเล่าระบายถึงสิ่งสำคัญที่เกื้อหนุนบ้านให้มีสุขอยู่สบายทุกวัน ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม,นิคมอุตสาหกรรม และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

ครูต้อม

 

13 กรกฎาคม 2553โรงเรียนบ้านแม่น้ำคู้

 

                มีคนบอกว่า สีเขียวให้ความรู้สึก สดชื่นในวันนี้พวกเราได้ความรู้สึกนั้นไปเต็มๆ เมื่อรถตู้ขับเคลื่อนเข้ามาในเขตโรงเรียนบ้านแม่น้ำคู้ มองดูไปรอบๆพื้นสนามมีต้นหญ้าเขียวขจีปกคลุมทุกพื้นที่บวกกับต้นไม้ใหญ่คอยให้ความร่มเย็นอยู่รายรอบ ครูตั้งใช้เวลาในการตัดสินใจเลือกสถานที่ในการสร้างสรรค์งานศิลป์ในวันนี้ได้ไม่ยากเลย ห้องเรียนของเราในวันนี้มีความสวยงามยิ่งนัก ท้องฟ้าก็แจ่มใส ไร้ซึ่งเมฆเทาที่จะเทฝนลงมายังห้องเรียนของเรา พี่ออยเริ่มทักทายน้องๆด้วยบทเพลงง่ายๆ หู..ตา..จมูก..ปาก.. แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายสำหรับน้องๆเลย หู..ตา..จมูก..ปาก..ทำไมถึงจับยากจังแฮะ? เรียกเสียงฮากันไป...หลังจากบริหารมุมปากกันเรียบร้อยแล้ว ครูตั้งจึงเริ่มถ่ายทอดความรู้ทางด้านศิลปะให้น้องๆได้รับรู้และเข้าใจมากยิ่งขึ้น เส้น สี รูปร่าง รูปทรง การจัดองค์ประกอบของภาพ ถูกถ่ายทอดจากใจลงสู่แผ่นกระดาษจากกระดาษสีขาวธรรมดาๆเวลานี้มีความสวยงามหลายหลายแตกต่างกันไป และแล้วก็ถึงเวลาเติมอาหารใส่ท้อง เมื่อหนังท้องอิ่มกันแล้ว เราก็เริ่มเวลาแห่งความสนุกกันอีกครั้ง พี่ออยมีท่าเต้นนกกระยางน่ารักๆมาฝากน้องๆกันนิดหน่อย (นกกระยางที่นี่เต้นน่ารักกันทุกตัวเลยนะค่ะ) ต่อไปเรามีทำกิจกรรมงานกลุ่ม โดยมีหัวข้อใกล้ตัว สิ่งแวดล้อม,ศิลปะวัฒนธรรม,นิคมอุตสาหกรรม ครูจูนสังเกตเห็นถึงความมีประชาธิปไตยภายในกลุ่มเด่นชัดเลยทีเดียว มีการโหวดก่อนลงมือทำงานทุกครั้งกันเลย นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีนะค่ะ แต่มันอาจจะไม่ค่อยดีในช่วงเวลาที่มีจำนวนจำกัด ผลงานอาจเสร็จไม่ทันเวลาที่กำหนดก็เป็นไปได้ แต่ถึงอย่างไรน้องๆก็ใช้พลังความสามัคคีร่วมมือกันจนเสร็จสิ้นไปด้วยดี ต่อไปเป็นงานที่น้องๆรอคอยมานาน การเพนท์เสื้อ คำยอดฮิต ลูกเทวดายังคงอยู่ แต่มีน้อง แจ่มแจ๋วเหนือชั้นยิ่งกว่า น้องเขียนที่เสื้อว่า ตระกูลเทวดาเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือลูกเทวดายังมี แจ่มแจ๋ว น้องแจ่มแจ๋วคนนี้แหละที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคน สมแล้วที่ชื่อ แจ่มแจ๋ว!หมดเวลาสนุกแล้วซิ เสร็จสิ้นกิจกรรมทุกอย่างแล้ว ครูใหญ่มอบเกียรติบัตรให้น้องๆทุกคน รอยยิ้มกว้างๆเกิดขึ้นบนใบหน้าน้องๆอีกครั้ง สุขตั้งแต่ต้นจนจบ....

 

 ครูจูน

 

15 กรกฎาคม 2553โรงเรียนบ้านหนองมะปริง

 

                โรงเรียนคือบ้านหลังที่สองคำๆนี้ใช้ได้ดีสำหรับที่นี่ โรงเรียนบ้านหนองมะปริงเมื่อเข้ามาในเขตโรงเรียน เรารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก โรงเรียนแห่งนี้เป็นเพียงโรงเรียนเล็กๆที่มีจำนวนนักเรียนอยู่เพียงไม่กี่สิบคน แต่ทุกคนก็รักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง และยังมีคุณครูที่คอยดูแล ช่วยเหลือ ให้ความรักประหนึ่งว่านักเรียนทุกคนคือลูกหลานของท่านเอง เมื่อเรามาถึง คุณครูได้ปูเสื่อน้ำมันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เห็นได้ว่าทุกคนพร้อม!  แต่สมาชิกในวันนี้ดูเหมือนจะมีจำนวนประชาการน้อยเกินไป นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นนักเรียนชั้นป.3,4,5,6 รวมกันทั้งหมดมีเพียง20คน คุณครูกลัวน้องๆป.1,2 จะไม่ได้รับความรู้ จึงให้น้องๆมาสังเกตการณ์ว่าพี่ๆทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง ครูตั้งมีไอเดียร์อยากให้น้องๆมีส่วนร่วมกันทุกคน จึงแบ่งกลุ่มพิเศษสำหรับน้องๆขึ้นมา กลุ่ม วาด ศิลป์ ที่ บ้าน เกิดน้องป.1,2 ทั้งหมด 8 คน ได้ชื่อกลุ่ม เกิด” (เป็นกลุ่มเด็กที่เพิ่งเกิดนั่นเอง) เมื่อแบ่งกลุ่มกันลงตัวแล้ว เด็กๆก็พร้อมที่จะเรียนรู้ ครูต้อมจึงเริ่มถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับศิลปะ ให้น้องๆได้เรียนรู้ น้องๆตั้งใจฟังและตั้งใจสร้างสรรค์งานดีมาก แหงนดูท้องฟ้า มืดครึ้ม แต่คุณครูประจำถิ่นของที่นี่ คอยบอกเสมอว่า ไม่ตก...ไม่ตกหรอกค่ะซึ่งก็เป็นไปตามคำของคุณครู เมฆครึ้มผ่านมาผ่านไปหลายครั้ง เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี ถึงเวลาพักสักครู่ เรามาเติมพลังกันหน่อย เมื่อน้องๆได้รับข้าวกล่องจากพี่ๆเหมราชแล้ว น้อง ป.1,2 รับมา...วางตรงหน้า...ตามด้วยเสียงพูด โอ้โฮ...หนูทานไม่หมดหรอก” (และก็ไม่หมดจริงๆ) อิ่มหนำกันแล้ว พี่นกและน้องๆรวมกลุ่มกันพูดคุยอะไรกันบางอย่าง พี่นกมีคำถามง่ายๆชวนคิดให้น้องๆ ในห้องน้ำมีอะไร?” ฝึกการคิดการใช้สมองให้น้องๆมากเลยทีเดียว จากสิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่...กิจกรรมต่อไป การเพนท์เสื้อ และเช่นเดิม หลายคนเขียนคำว่า ลูกเทวดา แต่มีน้องคนหนึ่ง เขียนว่า ลูกครูกุ้งทำเอาครูกุ้งยิ้มหวานไปเลยทีเดียว เมฆครึ้มกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่พลาด จัดมาเต็มๆ หลวงพ่อโกย... พวกเราทุกคนลี้ภัยไปยังโรงอาหารอย่างรวดเร็ว และดำเนินกิจกรรมงานกลุ่มกันต่อไป กิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลงไปด้วยดี เวลาแห่งความหรรษามักจะหมดไปเร็วเช่นนี้เอง  สุดท้ายนี้ครูจูนหวังว่าสิ่งดีๆที่น้องๆได้รับวันนี้ จะกลายเป็นสิ่งดีๆที่น้องๆจะส่งต่อให้ผู้อื่นได้รับในวันหน้า...จงเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ มากกว่าจะเรียนรู้จะเป็นผู้รับนะค่ะ....

 

 ครูจูน

 

20 กรกฎาคม 2553โรงเรียนบ้านวังประดู่

 

                อาคารเรียนเล็กๆ หลังหนึ่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้นานาชนิด ของโรงเรียนบ้านวังประดู่ เด็กๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว สวัสดีครับ/ค่ะเมื่อพวกเราเดินผ่าน นักเรียนตัวน้อยๆ มีตั้งแต่ชั้นประถม1-6 ทุกคนต่างดูตื่นเต้นที่ได้เห็นพวกเรา

 

                เช้านี้รู้สึกเหมือนจับปูใส่กระด้ง เพราะว่ามีน้องๆ ตั้งแต่ป.1-6 เลยทีเดียว ดังนั้นกลุ่มวาด..ศิลป์..ที่..บ้าน..เกิด ที่ปกติจะให้น้องๆ คละกันทุกระดับชั้น วันนี้จึงต้องแบ่งกลุ่มแยกเด็กเล็ก กับเด็กโตออก เมื่อจับกลุ่มได้แล้วน้องๆ ทุกคนก็เข้าประจำที่ บนผืนผ้าใบใต้ร่มไม้ที่พวกพี่ๆ ปูไว้ให้ แต่ยังไม่ทันที่ความสนุกสนานจะได้เริ่มต้นขึ้น พระพิรุณท่านก็โปรยปรายลงมาให้ความชุ่มฉ่ำซะก่อน เราก็เลยต้องเปลี่ยนสถานที่กันไปเป็นบนระเบียงหน้าอาคารเรียน โดยมีนักเรียนพิเศษ เจ้าแดงน้อยสุนัขพันธุ์ไทยที่เป็นเจ้าถิ่นอยากจะมาเรียนด้วย เดือดร้อนถึงน้องกุ ฮีโร่ประจำชั้น ป.1 ต้องไปเอาไม้กวาดมาไล่ และแล้วเวลาแห่งความสนุกสนานของการได้เล่นสี ละเลงสีชอล์คน้ำมันลงบนกระดาษสีขาวก็เริ่มต้นขึ้น ผลงานชิ้นแล้วชิ้นเล่า ถูกสร้างออกมาจากฝีมือน้อยๆ ของน้องๆ ตัวเล็กๆ แต่หัวใจยิ่งใหญ่ที่อยากจะสร้างผลงานเป็นของตนเอง น้องๆ ทุกคน(ยกเว้น 3 ทหารเสือ น้องกุ น้องแป้งและน้องกานต์) ตั้งใจฟังครูตั้งเป็นอย่างดี ไม่ว่าครูจะอธิบายอะไรน้องๆ ก็จะตั้งใจฟัง (ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ที่น้องๆ เล็กๆ จะตั้งใจฟัง) ถามอะไรก็ยกมือ และช่วยกันตอบ จนถึงเวลาที่พักทานข้าว(ที่น้องๆเริ่มบ่นหิว)

 

                ปี...........โป้ ปี ปี โป้ ปะปะปีปีโป้...น้องๆ ส่งเสียงร้องพร้อมทั้ง เต้นท่า ปีโป้ กันอย่างสนุกสนาน เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเริ่มช่วงเวลาแห่งความหรรษากันในตอนบ่าย ซึ่งในช่วงบ่ายเรามีกลุ่มเพิ่มมาอีก 1 กลุ่ม นั่นคือ กลุ่ม 3 ทหารเสือนั่นเอง โดยมีพี่นกเป็นผู้คอยดูแลให้เป็นพิเศษ

 

                และแล้วรูปภาพเมืองระยองที่น้องๆ ทั้ง6 กลุ่ม ช่วยกันลงมือทำนั้นก็เป็นผลสำเร็จ (แต่เล่นเอาพี่ๆ เหนื่อยไปตามๆ กัน อิอิ..) จากความตั้งใจของทุกคนนั่นเอง จนถึงช่วงเพ้นท์เสื้อที่น้องๆ ก็ดูจะตั้งอกตั้งใจกันเป็นอย่างดี ลูกเทวดา เรารักในหลวง ฯ…” คำต่างๆ ที่น้องๆ บรรจงเขียน ลงบนเสื้อหนึ่งเดียวในโลกของตัวเองอย่างตั้งใจจนหมดเวลา ก่อนที่จะหมดเวลาครูตั้งได้บอกวิธีรีดเสื้อที่เพ้นท์ แต่คุณครูโรงเรียนนี้น่ารักมากๆ เพราะว่าพอรู้วิธีการรีดเสื้อก็รีบไปหาเตารีดมารีดเสื้อให้น้องๆ เลยทีเดียว เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอคือคำที่ครูตั้งพูด ซึ่งพี่ออยก็เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องจริง เพราะรู้สึกว่าเพิ่งจะเจอน้องๆ ได้ไม่นานเวลาก็หมดซะแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกพี่ๆ ทุกคนก็คงต้องกลับแล้วค่ะ แล้วเจอกันถ้ามีโอกาสนะคะน้องๆ ทุกคน บาย...บาย...

 

พี่ออย

 

28 กรกฎาคม 2553โรงเรียนบ้านห้วยปราบ

 

                เด็กเปรียบเหมือนผ้าขาวที่รอคอยการแต่งแต้ม จากสิ่งต่างๆ สิ่งที่เด็กๆแสดงออกจึงมาจากความบริสุทธิ์ใจของเด็กเอง และมาจากสิ่งที่เด็กๆได้รับการปลูกฝังมา ศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปแต่งแต้มชีวิตของเด็กๆให้รู้จักการสังเกต ให้รู้จักความงามตามธรรมชาติ และถ่ายทอดอารมณ์ออกมาทางงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ

 

                เช้าวันพุธ ของหน้าฝนเดือนกรกฎาคม วันนั้นบรรยากาศเย็นสบายท้องฟ้าเป็นสีเทาของเมฆฝน แต่ก็ยังมีแสงแดดส่องลอดต้นไม้ใหญ่ลงมาให้เห็นบ้าง เสียงหัวเราะของเด็กๆโรงเรียนบ้านห้วยปราบ ประมาณ 30 คน ได้เล็ดลอดออกมาจากศาลาโบสถ์วัดห้วยปราบ ลอยผ่านรั้วพุ่มไม้ กำแพง ไปผสมปนเปกับชุมชนรอบๆ ไกลไปถึงโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่อีกฝากของถนนที่เต็มไปด้วยรถราที่สัญจรไปมามากมายแต่ก็ไม่อาจหยุดเสียงหัวเราะของเด็กๆและความสัมพันธ์ระหว่าง วัด โรง-เรียน และชุมชนรอบๆได้ เด็กๆอาจจะแปลกใจว่าทำไม? เราถึงไม่ไปเรียนกันในห้องเรียน ห้องเรียนที่มีเพดาน มีพัดลม มีกระดานดำ โต๊ะเรียน และที่นั่งที่เป็นระเบียบ กลับเป็นห้องที่เป็นท้องฟ้า เป็นต้นไม้ เป็นศาลาโบสถ์ และมีเพื่อนตัวน้อยๆที่เป็นลูกแมวคอยเดินตามแม่ของมันตลอดเวลา อีก 3-4 ตัว.. วันนั้นพวกเราได้สิ่งที่นอกเหนือจากการเรียนรู้พวกเราได้หัวเราะ ได้อิสระในการสร้างสรรค์งานศิลปะ และได้แต่งแต้มชีวิตและสีสันที่ดีให้แก่กันและกัน ไม่ว่าฝนจะตก หรือลมแรง แต่พวกเราสนุกและได้รับความรู้กับประสบการณ์ดีๆที่น่าประทับใจ

 

                เด็กๆทุกคนในโลกควรได้รับความสุขอย่างพอเพียง ทุกวันนี้เราอาจมองข้ามความสำคัญของเด็กไป โอกาสที่เด็กจะได้รับจึงน้อยลง..น้อยลงไปทุกวัน ถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่ทุกๆคนควรช่วยกันให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ความคิด  ความรู้ อารมณ์ คุณภาพชีวิตของเด็กอย่างเท่าเทียมกันทุกคน เพราะพวกเขาเกิดมาและมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ได้หัวเราะ ได้คิดและเล่น เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพที่ดีต่อสังคมต่อชาติและต่อโลกของเรา.

 

ครูอ้น

 

 

6 สิงหาคม 2553โรงเรียนบ้านมาบยางพร

 

 

 

                ทันทีที่ล้อรถตู้หยุดการขับเคลื่อน ลงจอด ณ โรงเรียนบ้านมาบยางพร เหล่าคุณครูจากโครงการศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมสัญจรก็ทยอยกันออกมาสัมผัสกับบรรยากาศของโรงเรียน ที่แลดูสะอาดตาพร้อมกับอากาศที่แสนจะสดชื่น ข้าพเจ้าเองก็เป็นอีกคนที่เตรียมพร้อมที่จะมาสอนเด็กๆ

 

                เด็กนักเรียนที่นี่น่ารัก เรียบร้อย และให้ความร่วมมือกับกิจกรรมตลอดการเรียนศิลปะ ข้าพเจ้ามีความเชื่ออยู่ว่าศิลปะทำให้คนมีความสุข ไม่มีคำว่าผิดหรือถูก ทุกอย่างที่เกิดมาจากงานศิลปะ มีความงามในตัวของมันเองเสมอ เด็กๆเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อในความคิดตัวเองมากยิ่งขึ้น พวกเขามีความเป็นตัวของตัวเองที่บริสุทธิ์ ความสดใสของวัยทำให้พวกเค้าถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติของตัวเองออกมา ยามที่ได้ถ่ายทอดความคิด จินตนาการ ภาพที่ออกมาคือรอยยิ้มและความรู้สึกที่สุนทรีย์ ความไม่ดื้อ ทำให้พวกเค้าแลดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นหลายเท่า ผสมผสานกับเหล่าคุณครูทุกคนก็ใจดีกันมากๆ ภาพรวมที่ข้าพเจ้าเห็นจึงเป็นการเป็นการบันทึกความทรงจำของความรู้สึกดีๆ ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น ส่งท้ายก่อนที่ข้าพเจ้าจะกลับ เด็กหญิงตัวน้อยๆคนหนึ่งเข้ามาหาแล้วพูดว่า " พี่ษา หนูไปก่อนนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ " เด็กหญิงยิ้มหวานให้ แล้วเข้ามาสวมกอดข้าพเจ้า เป็นการอำลาครั้งสุดท้าย โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่ความรู้สึกนี้นี่แหละที่เป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า ความสุข การได้รับโดยการให้ที่มาจากภายในจิตใจที่ไร้เดียงสา ไร้ซึ่งการปรุงแต่งหรือเสแสร้ง ความสบายจึงบังเกิดขึ้น พร้อมกับการพักสายตา(หลับ)ในระหว่างการเดินทางกลับ กรุงเทพมหานครในเวลาต่อมา

 

ครู ษา

 

10 สิงหาคม 2553โรงเรียนบ้านพันเสด็จนอก

 

                ภาพแรกที่เห็นหลังจากลงจากรถคือ เด็กๆ กำลังเรียงแถวกันลงชื่อและรับป้ายชื่อกันอย่างเกือบจะเป็นระเบียบด้วยแถวเรียงตามหน้ากระดานโย้เย้ หลังจากนั้นก็เข้าแถวและนั่งลงเพื่อฟังการบรรยายของพี่ๆ จากทางเหมราช

 

                ถือว่าเป็นความโชคดีของน้องๆ โรงเรียนพันเสด็จนอกที่ภายในโรงเรียนมีต้นไม้ให้ร่มเงาอยู่หลายที่ ทำให้วันนี้ห้องแห่งการเรียนรู้ที่แสนสนุกสนานนั้นมีผนังห้องเป็นท้องฟ้าและหลังคาเป็นต้นไม้ มีพัดลมจากธรรมชาติเครื่องใหญ่ที่คอยพัดให้น้องๆ รู้สึกเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะโชคดีเกินไปที่หลอดไฟดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ส่องแสงสว่างจ้า และขยายแสงสว่างเป็นวงกว้างไปเรื่อยๆ ทำให้ต้องคอยขยับผืนผ้าใบที่นั่งหลบร้อนอยู่บ่อยครั้ง

 

                เส้นแล้วเส้นเล่า รูปร่างรูปทรงต่างๆ หลากสีสันที่ถูกขีดลงบนกระดาษขาวด้วยฝีมือของน้องๆ ชั้นป.4-ป.5 พร้อมกับคำอธิบายของครูตั้ง แต่เมื่อมีการถามคำถามเพื่อที่จะแจกคะแนน น้องๆ โรงเรียนนี้ก็น่ารักมาก เพราะว่า(แย่ง)ช่วยกันตอบแบบไม่หวังคะแนน ต่างคนต่างยกมือและรีบตอบกันใหญ่ ทำให้พี่ๆ เองก็ให้คะแนนกันไม่ถูก ก็เลยไม่ให้ใครเลยเพราะว่าน้องๆทำผิดกติกาที่ตกลงกันไว้ที่ว่า ถ้าจะตอบให้ยกมือขึ้น และเมื่ออนุญาติให้ตอบค่อยตอบนั่นเอง ในขณะที่วาดรูป ละเลงสีกันอยู่ก็จะมีทั้งคนตั้งใจฟังและคนตั้งใจคุย ทำให้ต้องมีการหักคะแนนกันอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องเติมเสบียงให้ท้องเพื่อที่จะเดินหน้าเล่นสีในช่วงบ่ายกันต่อไป

 

                และแล้วหลอดไฟดวงอาทิตย์ก็เอาชนะร่มไม้น้อยๆ ที่เป็นหลังคาของเรา เราจึงต้องย้ายผืนผ้าใบไปสู่อีกร่มไม้ โดยที่พัดลมธรรมชาติก็ยังทำงานเป็นอย่างดีคอยให้ความเย็นสบายกับเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก่อนที่จะเล่นสีในช่วงบ่ายนั้นก็มีเกมส์ทดสอบความจำและความมีสมาธิของน้องๆ ซึ่งน้องๆ ทุกคนก็ตั้งใจเล่นเป็นอย่างดี(แต่ไม่รู้ทำไมได้คะแนนนิดเดียว อิอิ) แต่พอถึงเวลาเพ้นท์เสื้อและวาดรูปงานกลุ่มก็มีเสียงจ๊อกแจ๊กๆ ดังอยู่ตลอดเวลา ครูตั้งจะพูดย้ำกับน้องๆอยู่ตลอดว่า น้ำลายไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จจนในที่สุดครูตั้งก็ต้องหักคะแนนกลุ่มน้องๆ ที่คุยจนมากกว่าที่จะลงมือทำงาน และแล้วเวลาแห่งความสนุกสนานก็หมดลง พี่ ก็หวังว่าน้องๆ ที่โชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จะได้นำเอาความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

 

พี่ออย

 

11 สิงหาคม 2553โรงเรียนบ้านบ่อวิน

 

                ภาพเด็กๆ ยืนเข้าแถวอยู่หน้าธงชาติคือภาพแรกที่เห็นหลังจากรถเลี้ยวเข้ามาสู่รั้วของโรงเรียนบ่อวิน ตามมาด้วยเสียงของคุณครูประกาศรายชื่อของนักเรียนที่ได้รับรางวัลต่างๆ ที่ทางโรงเรียนได้จัดการแข่งขันขึ้น

 

                หลังจากนั้นน้องๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-3 จำนวน 30 คน ก็เดินเข้ามาภายในหอประชุมของโรงเรียนที่พวกเรายืนรออยู่ เมื่อน้องๆ ลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมเสร็จ ก็ทำการจัดกลุ่ม วาด..ศิลป์..ที่..บ้าน..เกิดโดยน้องๆ ทำท่าทางตามที่พวกพี่ๆ ได้สอน เสียงปรบมือสองครั้ง ตามด้วยเสียง 

 

โอ้ว...ว๊าว...ดังขึ้นเป็นระยะๆ ก่อนที่จะเริ่มทำกิจกรรม โดยวันนี้เป็นการเรียนไปพร้อมกับการลงมือทำ เนื่องจากน้องๆ เป็นเด็กโตแล้ว และมีพื้นฐานทางศิลปะมาอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จึงเป็นการเน้นให้น้องๆ ลงมือทำ โดยมีครูต้อม และพวกพี่ๆ ทุกคนเป็นเป็นผู้คอยให้คำปรึกษา ซึ่งผลงานของน้องๆที่ออกมาแต่ละชิ้นนั้น ก็ไม่ทำพวกเราผิดหวัง เพราะผลงานแต่ละชิ้นที่ออกมานั้นออกมาสวยงามสมความตั้งใจกันทุกชั้นเลยทีเดียว

 

                ในช่วงบ่ายก็มีการวอร์มสมองและความพร้อมของน้องๆ ด้วยการเล่นเกมส์ ซึ่งน้องๆก็ตั้งอกตั้งใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และแล้วเกมส์ก็จบลงด้วยความสนุกสนาน พร้อมกับเกมส์ที่ผลคะแนนออกมาไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก ส่วนกิจกรรมแรกที่น้องๆ เลือกทำในช่วงบ่ายนั้นก็คืองานกลุ่มซึ่งเป็นงานที่ฝึกให้น้องๆ มีความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจ และมีการวางแผนในการแบ่งงานกันทำซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดีได้ในที่สุด และงานกลุ่มที่ออกมาของน้องๆทุกกลุ่มก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามัคคีของน้องๆได้เป็นอย่างดี สุดท้ายในช่วงเพ้นท์เสื้อ น้องๆ ก็แสดงออกถึงจินตนาการของตนเองอย่างเต็มที่ มีทั้งรูปโดเรมอน คิตตี้ และตัวการ์ตูนต่างๆ อีกมากมายตามแต่ที่น้องๆ แต่ละคนจะคิดได้ ในที่สุดเวลาก็หมดลง ซึ่งก่อนที่จะจากกัน พี่นกก็ได้มีข้อคิดดีๆ ฝากน้องๆ ไว้ก็คือ น้องๆ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นผู้โชคดี ที่มีโอกาสได้มาเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งยังมีอีกหลายคนที่อยากจะมาเข้าร่วมแต่ไม่สามารถมาได้ ดังนั้นจงแบ่งปันสิ่งดีๆ เหล่านี้ให้กับเพื่อนๆ ของเราทุกคน และหวังว่าน้องๆจะเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

 

 พี่ออย

 

17 สิงหาคม 2553โรงเรียนเขาตะแบก

 

                ดอกสีชมพูชูก้านทั่วทั้งต้นตะแบก ต้นไม้ที่มีชื่อและเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของโรงเรียนบ้านเขาตะแบกแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคุณครู และน้องๆ นักเรียนชั้นป.4-6 ที่เดินกันมาเข้าร่วมกิจกรรมที่ใต้ถุนอาคารเรียนใหม่อย่างพร้อมเพรียงด้วยเสื้อสีเขียวสดใส แต่ที่สะดุดตาก็คงจะเป็นเจ้าปลาหมึกตัวใหญ่ที่อยู่ที่ชายเสื้อนั่นเอง แต่ที่สะดุดตามากกว่านั้นก็คงจะเป็นการที่มีสามเณรซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วยนั่นเอง

 

                เช้านี้พี่ออยให้น้องๆ  เตรียมพร้อมการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยการทำกิจกรรมสนุกๆ เช่นปรบมือตามด้วยท่าทาง ร้องเพลงหู ตา จมูกเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมการรับรู้ของน้องๆ โดยมีพี่เมย์เป็นคนทำท่าทางประกอบเพลงให้น้องๆ ดู และให้น้องๆทำตามซึ่งผลออกมาก็เป็นอย่างที่คาดคือ จับผิดจับถูกนั่นเอง เมื่อสนุกสนานกับกิจกรรมของพี่ออยพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มต้นการเรียนรู้ศิลปะนอกห้องเรียนโดยครูตั้งกับครูต้อมที่มาให้ความรู้กับน้องๆ ทั้งในเรื่องการใช้สี เส้น การจัดองค์ประกอบต่างๆ แม่สี สีร้อน สีเย็นฯลฯ ซึ่งในช่วงการลองในช่วงแรกเป็นการลากเส้นตรงในแนวตั้งและแนวนอน ครูตั้งบอกว่าเส้นผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจากกระดาษของแต่ละคนนั้นสามารถบอกตัวตนของคนๆ นั้นได้ว่าเป็นอย่างไร โดยมีการเก็บคะแนนจากในช่วงการอธิบายถึงแม่สี และสีต่างๆ โดยน้องๆ ก็ยกมือแย่งกันตอบเป็นที่สนุกสนาน แล้วก็มาถึงลองของช่วงที่สองซึ่งรับหน้าที่โดยครูต้อมในเรื่ององค์ประกอบศิลป์ ทั้งสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม วงรี เป็นต้น หลังจากครูต้อม อธิบายจบน้องๆ ก็ลงมือทำกันอย่างตั้งใจ (ยกเว้นบางคน)  และในช่วงลองของช่วงที่สามน้องๆ ก็ได้วาดบ้านของฉัน ซึ่งมีทั้งบ้านจริง บ้านตามจินตนาการ ตามแต่ที่น้องๆ จะคิดกันได้

 

                ในช่วงบ่ายก็เป็นที่น่าเสียดายที่มีน้องๆ หลายคนที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกิจกรรมต่อได้เนื่องจากต้องไปซ้อมวอลเล่ย์ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นโชคดีของน้องๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงบ่ายแทน โดยในช่วงบ่ายก็เริ่มต้นกันด้วยประวัติศาสตร์ในสมัยของพระเจ้าตากสินตั้งแต่เป็นพระยาวชิรปราการ ก่อนที่จะให้น้องๆ ลงมือลองของในช่วงบ่ายโดยการทำงานกลุ่ม ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปสักพักผลงานที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจก็สำเร็จลุล่วง และลองของอีกช่วงที่ทำให้น้องๆ สนใจก็คงจะเป็นการเพ้นท์เสื้อนั่นเอง เพราะพี่ออยเห็นตั้งใจทำกันสุดฝีมือ จนในที่สุดก็หมดเวลาและก่อนที่จะจากกันก็ได้มีการถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก ทุกคนใส่เสื้อโดยเอาด้านที่เพ้นท์ออกมาโชว์กัน

 

                พี่ออยหวังว่าน้องๆ จะทำตามคำของครูตั้งนะคะที่ว่าเรามีโอกาสได้มาเข้าร่วมกิจกรรม จงใช้เวลาให้คุ้มค่า เพราะว่าถ้าน้องๆ ใช้เวลากับกิจกรรมครั้งนี้อย่างคุ้มค่า คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือตัวของน้องๆ นั่นเอง

 

พี่ออย

 

24 สิงหาคม 2553โรงเรียนบ้านหุบบอน

 

                ท้องฟ้าครึ้มๆ มีเมฆฝนอยู่ตลอดระยะทางการเดินทาง จนกระทั่งมาถึงโรงเรียนหุบบอน โรงเรียนที่วันนี้เราจะมาทำกิจกรรม วาดศิลป์ที่บ้านเกิดโดยในวันนี้ก็จะเป็นน้องๆระดับชั้น ม.1-3 เมื่อเราเดินทางมาถึงคุณครูก็นำภาพวาดของน้องๆ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้วาดขึ้น ซึ่งพี่ออยเห็นแล้วก็ชื่นชมในฝีมือของน้องๆ จริงๆ ค่ะ เพราะว่าสวยงามทุกภาพเลยทีเดียว

 

                และแล้วเราก็ได้สถานที่ทำกิจกรรมแบบสองมาตรฐาน(อิอิ) ที่ว่าสองมาตรฐานก็คือ มีน้องๆส่วนหนึ่งต้องนั่งบนศาลา ส่วนหนึ่งนั่งกับพื้น แต่ก็ไม่มีปัญหาค่ะ น้องๆ เต็มใจ แต่ที่ดูเหมือนจะมีปัญหาก็อยู่ที่ช่วงเช้าที่เราจะต้องละลายพฤติกรรมน้องๆ นั่นแหล่ะ เนื่องจากน้องๆ เกือบทุกคนเขินอายมาก เมื่อบอกให้ทำอะไรก็จะอายๆ พี่ออยกับพี่นกจึงต้องทั้งใจดีและแอบๆ ดุด้วยบางครั้ง จนในที่สุดน้องๆ ก็พร้อมทำกิจกรรม ซึ่งในวันนี้ก็ได้วิทยากรจำเป็นมาด้วย 1 ท่านนั่นก็คือน้องท๊อป (เย็นตาโฟ) ที่ตั้งใจฟังครูตั้งสอนและตั้งใจตอบคำถามมากจนครูตั้งให้ออกมาเป็นวิทยากรจำเป็นอยู่เป็นช่วงๆ เมื่อถึงเวลาที่น้องๆ ลงมือวาดรูประบายสีทุกๆ คนก็ดูจะตั้งอกตั้งใจ แต่น่าจะเป็นด้วยวัยที่กำลังเริ่มจะเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เวลาทำงานต้องคิดกันมากเป็นพิเศษจึงทำให้งานแต่ละชิ้นต้องใช้เวลาในการทำมากกว่าเด็กเล็กๆ แต่ในที่สุดเราก็ได้ภาพที่สวยงาม พพร้อมกับน้องๆ ที่ครูตั้งชมว่าฝีมือขั้นเทพอยู่หลายคน

 

                ในช่วงบ่ายพี่ออยก็ได้แกล้ง เอ๊ย พาน้องๆ ทำกิจกรรมคลายเครียดก่อนเข้าสู่กิจกรรมในช่วงบ่ายซึ่งก็เป็นที่สนุกสนานกันไป ซึ่งในช่วงบ่ายครูตั้งก็ได้บอกเล่าประวัติศาสตร์ให้น้องๆ ฟังถึงพระเจ้าตากสินมหาราช และให้น้องๆ วาดรูปงานกลุ่มตามหัวข้อที่ครูตั้งให้ และเมื่อมาถึงช่วงเพ้นท์เสื้อก็เป็นที่ชื่นชอบของน้องๆ มาก มีน้องคนนึงบอกพี่ออยว่าที่สนใจเข้าร่วมโครงการก็เพราะทราบว่ามีเพ้นท์เสื้อนี่แหล่ะ แถมยังมีน้องๆ ประมาณ 3-4 คนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการแต่มาขอเพ้นท์เสื้อ ซึ่งพี่ๆ ทางเหมราชก็ใจดีให้เสื้อแก่น้องๆ กลุ่มนี้ด้วย   

 

                ก่อนกลับพี่ออยก็ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ หลายๆ ที่ได้เสื้อฝีมือตนเองกลับบ้าน ได้เวลาขึ้นรถกลับบ้านแล้ว ลาก่อนนะจ๊ะน้องๆ ชาวหุบบอน ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก บายๆๆๆ

 

พี่ออย

 

30 สิงหาคม 2553โรงเรียนบ้านเขาคันทรง

 

                โรงเรียนบ้านเขาคันทรง คือชื่อของโรงเรียนที่วันนี้พวกเราจะมาทำกิจกรรมวาดศิลป์ที่บ้านเกิดกัน โดยคณะของพวกเราในวันนี้ก็ประกอบไปด้วย ครูตั้ง ครูกี้  พี่ออย จากศูนย์ศิลปะฯ และจากทางเหมราชก็มีพี่อาร์ต พี่เมย์ พี่นิ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคุณศักดินันท์ ผู้ที่เป็นคนพาเรามาถึงโรงเรียนบ้านเขาคันทรงแห่งนี้

 

                วันนี้ห้องแห่งการเรียนรู้ของพวกเราก็คือใต้ต้นหูกวางต้นใหญ่(ที่มีตัวบุ้งเยอะมากๆ จนพวกเราต้องคอยระวัง) ที่มีลมพัดบ้าง ไม่พัดบ้าง ประกอบกับฟ้าที่ครึ้มไปด้วยเมฆฝนทำให้อากาศค่อนข้างจะร้อนเล็กน้อย เมื่อได้สถานที่เรียบร้อย น้องๆ ชั้นม.1-3 ก็เดินเข้ามานั่งบนผืนผ้าใบสี (เกือบ) ขาว ซึ่งในช่วงแรกครูตั้งก็ทำความรู้จักกับน้องๆ โดยถามว่าสมัครใจมากันทุกคนหรือไม่ คำตอบที่ได้ก็คือสมัครใจมากันทุกคน ก็เป็นไปอย่างที่พวกเราตั้งใจไว้ คือต้องการคนที่มีใจรักศิลปะจริงๆ แล้วก็ถึงเวลาที่ครูตั้งเริ่มลงมือถ่ายทอดความรู้ให้แก่น้องๆ ไปเรื่อยๆ โดยมีคำถามเพื่อให้น้องๆ ได้มีส่วนร่วมและคิดตามที่ครูตั้งพูด ซึ่งในช่วงแรกๆก็ไม่ค่อยมีใครกล้าตอบเพราะยังอายๆ กล้าๆ กลัวๆ แต่สักพักก็เริ่มดีขึ้น และเมื่อผลงานแต่ละชิ้นของน้องๆ ออกมาก็ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าน้องๆ ทุกคนตั้งใจมาร่วมกิจกรรมจริงๆ

 

                ช่วงทานข้าวในตอนกลางวันก็จะมีเด็กเล็กๆ หลายคนให้ความสนใจ อยากจะลองลงมือระบายสีดูบ้างซึ่งครูตั้งก็ยินดีที่จะให้น้องๆโชว์ฝีมือกัน โดยการให้ละเลงสีลงบนกระดาษวาดเป็นรูปต่างๆ ขณะที่น้องๆ กำลังละเลงสีอยู่พี่ออยก็แหงนขึ้นไปมองบนท้องฟ้าปรากฏว่าเมฆดำทะมึนไปทั่วทำให้เราต้องย้ายที่ทำกิจกรรมไปยังศาลาอเนกประสงค์ซึ่งตอนนี้น้องๆทั้งโรงเรียนกำลังรวมตัวกันเพื่อสวดมนต์ ไหว้พระและนั่งสมาธิ จนเสร็จเราก็ดำเนินกิจกรรมต่อโดยพี่ออยให้น้องๆ ย่อยอาหาร โดยการให้เต้นเพลงปีโป้ ไก่ย่างและแอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม ซึ่งก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน เพราะว่าพี่ออยได้ยินเสียงน้องๆอยากจะเต้นปีโป้กันอีก(อิอิ) พอย่อยอาหารเสร็จก็ได้เวลาทำกิจกรรมโดยย้ายไปอยู่ข้างๆ ห้องครูใหญ่ ซึ่งเป็นมุมที่สงบ และมองเห็นต้นไม้ แล้วครูตั้งก็เอาผลงานของน้องๆที่ได้คัดเลือกแล้วออกมาดูและบอกถึงข้อดีข้อเสียเพื่อให้ไปปรับปรุง เสร็จแล้วก็เป็นการบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าตากสินรวมถึงการทำงานกลุ่มที่แต่ละกลุ่มก็งัดเอาเทคนิค ฝีไม้ลายมือมาโชว์กันเต็มที่ โดยมีคุณครูของทางโรงเรียนมาช่วยดู(ตั้งแต่เช้า)ด้วย จนจบกิจกรรมเพ้นท์เสื้อเลยทีเดียว ก่อนแยกย้ายเราก็ได้ไปถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระทึก เอ๊ย ระลึกกันที่ใต้ต้นหูกวางที่เดิม ตอนที่เดินมาถ่ายรูปไม่เท่าไหร่ แต่ที่เราย้ายที่ไปทำกิจกรรมที่อื่นแล้วฝนไม่ตกนี่สิ เฮ้อ แย่จัง!

 

พี่ออย

 

1 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านระเวิง

 

ปี.........โป้ว ! ! ! !! ณ โรงเรียนบ้านระเวิง  

 

                ดวงตะวันทอแสงสดใสเหนือโรงเรียนบ้านระเวิงแห่งนี้เป็นเสมือนการต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยแสงที่ปลุกเราจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง  และขบวนของเด็กน้อยต่างเดินเรียงแถวต้อนรับกล่าวสวัสดีโดยที่พวกเรายังอยู่ในรถด้วยความรู้สึกรื่นเริง   บรรยากาศของโรงเรียนแห่งนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยสวนต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มเย็นดูเขียวขจีตัดกับตัวอาคารโรงเรียนซึ่งเป็นสีน้ำตาลเข้มและสีฟ้า  ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศอันสงบเรียบง่ายของชนบท  แม้แต่ตัวของรั้วโรงเรียนก็ใช้เป็นพุ่มไม้กับต้นไม้เป็นขอบเขตกั้นระหว่างพื้นที่สนามกับถนนสายเล็ก

 

                เมื่อซึมซับบรรยากาศโรงเรียนในช่วงเวลาหนึ่งขณะกำลังช่วยกันขนอุปกรณ์และเตรียมตัว   เด็กๆก็เดินเข้าแถวไปยังอาคารอเนกประสงค์  ระหว่างเดินแถวเด็กๆก็จะหันมาทัก พี่คะ สวัสดีค่ะ  พี่ครับ สวัสดีครับด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแลดูมีความตั้งใจพร้อมที่จะมาเล่นสีกับเรา  นอกจากคำกล่าวทักทายที่ประทับใจแล้ว  ยังมีน้องผู้ชายคนนึงมีน้ำใจช่วยเก็บของที่หล่นให้แล้วเดินกลับไปเข้าแถว  ดูแล้วเด็กโรงเรียนนี้น่ารักจัง

 

                เริ่มเข้ากิจกรรม วาดศิลป์ที่บ้านเกิดเด็กๆต่างก็ให้ความร่วมมือกันทุกกิจกรรมด้วยเสียงที่ดังพร้อมเพรียงและมีชีวิตชีวา  โดยเฉพาะกับเพลงปีโป้ซึ่งน้องๆส่วนใหญ่จะชื่นชอบมากและยินยอมออกมาเต้นเองโดยแทบไม่ต้องเรียก  ซึ่งกิจกรรมนี้น้องๆสามารถสร้างบรรยากาศที่เฮฮามาช่วยขับไล่ปีศาจแห่งความง่วงงันของพวกเราไปได้ 

 

                จากกิจกรรมสร้างความครื้นเครงแล้ว  สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือกิจกรรมสำคัญของเราคือวาดรูปและเล่นสี  เด็กๆมีความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยความคิดที่สร้างสรรค์พร้อมความสนุกสนานกับการเล่นสีที่ให้ใช้ได้อย่างอิสระ  แม้บางคนจะวาดรูปไม่เป็น ไม่รู้จะวาดอะไร  เราก็คอยคุยกับน้องเค้าว่าเค้าชอบอะไร  เป็นการเปิดแนวทางจินตนาการให้แก่น้อง  หรือเช่นบางคนก็ขอให้วาดรูปสัปปะรดให้ดูหน่อย และน้องก็วาดตาม  ซึ่งเป็นการแบ่งปันทักษะโดยที่น้องมีความเตรียมพร้อมที่จะรับความรู้ที่ครูตั้งหรือพี่ๆท่านอื่นตั้งใจมาแบ่งปันทักษะให้  ทำให้เรารู้สึกหายเหนื่อยและพร้อมที่จะเล่นสีไปกับน้องๆได้ทั้งวันจนจบกิจกรรมด้วยความรู้สึกของความเป็นผู้ให้  เหมือนเป็นการนำเอาความรู้ทางด้านศิลปะที่ได้ร่ำเรียนมา  ใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการถ่ายทอดความรู้ให้กับน้องๆนำไปใช้ในการเพิ่มทักษะด้านการวาดภาพต่อไปได้  แม้อาจจะไม่ได้รับความรู้มากมายเนื่องจากวัยของน้องและเวลาอาจจะเร็วไป  แต่สิ่งที่น้องๆจะได้รับคือประสบการณ์ในการร่วมกิจกรรมวาดภาพและการอยู่ร่วมกันในสังคมของกิจกรรมกลุ่มอย่างแน่นอน

 

ครูกี้

 

7 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านปากแพรก

 

                ต้นโพธิ์ต้นใหญ่เป็นแนวร่มเงาให้กับกิจกรรมของเราในครั้งนี้  นับเป็นการเปิดทัศนียภาพต่อศิลปะไม่มีขอบเขตมากขึ้น  เพราะต้นโพธิ์ตั้งอยู่กลางที่โล่งเนื่องจากพื้นที่นี้เป็นของวัดและมีระยะห่างจากถนนไม่มากแต่ก็ไม่มีเสียงของรถมารบกวน  น้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นน้องมัธยมตอนต้นซึ่งน่าจะมีความรู้พื้นฐานพอสมควรจึงไม่เป็นที่กังวลว่าน้องจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราได้ให้ความรู้  แต่สิ่งที่ทำให้น่ากังวลน่าจะเป็นเรื่องของกิจกรรมมากกว่าเพราะวัยเริ่มเป็นสาวจึงมีความอายไม่กล้าแสดงออก  แต่ผิดคาดคือน้องกล้าแสดงออกมาก พี่ฝ่ายนันทนาการก็ได้เพลงใหม่พร้อมท่าเต้นใหม่จากน้องที่ได้เต้นและร้องให้เราดู  สร้างความสนุกสนานและฮือฮาให้กับพี่ๆในยามบ่ายที่เริ่มเนือยได้อย่างดี

 

                กิจกรรมการวาดภาพเริ่มต้นด้วยความสนุกสนานจากความร่วมมือในการตอบคำถามของน้องๆ  ก่อนที่จะเข้าสู่การปฎิบัติ  ซึ่งทักษะด้านการวาดภาพส่วนใหญ่น้องๆมีพื้นฐานค่อนข้างดี  จึงเสริมเรื่องการใช้สีในการสร้างจุดเด่นในภาพเพื่อให้งานดูมีความน่าสนใจและสมบูรณ์มากขึ้น  ซึ่งน้องก็พร้อมรับความรู้จากครูตั้งและพี่ๆที่ตั้งใจมามอบความรู้ให้ด้วยความตั้งใจ และมีแง่มุมต่างๆในภาพที่น่าสนใจเนื่องจากกิจกรรมเราจัดในบริเวณที่เป็นลานโล่งกว้างที่เปิดโลกทัศน์ให้น้องๆได้ใช้จินตนาการได้อย่างเต็มที่

 

                ความตั้งใจของน้องที่จะมาร่วมกิจกรรมวาดศิลป์ที่บ้านเกิดนี้  ส่งผลให้วันนี้ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่ได้สนุกกับกิจกรรมต่างๆที่น้องได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสันทนาการหรือกิจกรรมวาดภาพก็ตาม  ก็ล้วนมอบประโยชน์ให้แก่น้องในด้านความรู้ทักษะทางด้านศิลปะ  และความสามัคคีร่วมกันในกิจกรรมกลุ่ม  เพื่อให้น้องได้ปรับไปใช้ในชีวิตประจำวันในการเข้าสังคม การให้ความช่วยเหลือ  การรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้อื่น และเพิ่มเติมทักษะมุมมองในการวาดภาพได้ไม่มากก็น้อย

 

ครูกี้

 

9 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านหมอมุ่ย

 

                เมื่อเดินทางมาถึงและทราบว่าในวันนี้มาทำกิจกรรมที่โรงเรียนบ้านหมอมุ่ย ก็แอบนึกในใจอยู่คนเดียวว่าหมอมุ่ยมันคล้ายกับหมามุ่ยหรือเปล่า (หุหุหุ..คิดไปได้..แต่ก็อาจจะใช่นะ) เมื่อเห็นน้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรมก็ตกใจว่าน้องเข้าใจว่ามาค่ายลูกเสือเนตนารีหรือเปล่า เพราะใส่เครื่องแบบกันมาเต็มยศ..มาถึงบางอ้อจึงเริ่มพอเข้าใจว่าน้องเขาใส่กันวันนี้อยู่แล้ว (รู้สึกรอดตัวไป เพราะคงจะฝึกน้องๆไม่ได้แน่เพราะลืมไปหมดแล้ว) วันนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศพาน้องๆข้ามฝั่งไปยังวัดกัน...พากันเดินไปอย่างเป็นแถวเป็นระเบียบสวยงามดูแล้วยังคงมีกลิ่นไอลูกเสือเนตรนารี  หรืออาจเป็นเพราะสร้างบรรยากาศให้คล้อยตามน้องๆกันแน่นะเนี่ย  ก็เอาเป็นว่าวันนี้ให้ลูกเสือเนตรนารีทั้งหลายไม่มีกรอบ 1 วัน  ด้วยการมาเล่น  มาสร้างสรรค์ศิลปะ อย่างที่แบบไม่ต้องกลัวผิดกฎกันไปเลย  โดยวันนี้มีครูต้อม  ครูจูน  ครูแอนท์  ที่เป็นผู้คอยแนะนำและช่วยเติมให้น้องๆได้มีการพัฒนางานศิลปะ  และมีพี่นกที่คอยทำหน้าที่ให้สอดคล้องกับเครื่องแบบน้องๆว่าให้ช่วยบำเพ็ญประโยชน์โดยการเก็บขยะให้ถ้วนทั่ว  และวันนี้จะขาดพี่จาก บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ไม่ได้ เพราะคอยเป็นผู้อำนวยความสะดวกและส่งกำลังบำรุง

 

                ในวันนี้แม้น้องๆจะไม่ได้เรียนลูกเสือ เนตรนารี แต่คงจะได้ประสบการณ์ดีๆไปทดแทนกันแน่นอน  ขอเพียงหวังใจลึกๆว่าสิ่งที่น้องๆได้วันนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆเป็นคนดีของสังคม...เกือบลืม ..ขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อนะคะที่นำผลไม้แก้วมังกรให้พวกเราทาน  พร้อมมอบพระองค์เล็กให้พวกเราเหล่าStaff นำกลับติดตัวไว้เป็นสิริมงคล  ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

พี่นก

 

14 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านคลองน้ำแดง

 

                ในวันนี้ที่ต้องตื่นเช้า  เพื่อจะไปสอนศิลปะ ในใจก็คิดว่าจะเป็นยังไงบรรยากาศ แล้วเด็กจะดื้อไหม แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามแต่ถือว่าเราได้มาพักผ่อนก็เพียงพอแล้ว จากระยะทางกรุงเทพถึงโรงเรียนนอนหลับไปหลายรอบมากแล้ว จนในที่สุดก็ถึงโรงเรียนเสียทีสิ่งแรกที่ฉันเห็นคือ เมื่อมองไปรอบๆตัวมีแต่ต้นไม้สภาพแวดล้อมร่มรื่น  และเมื่อฉันแหงนหน้าขึ้นไปมองบนอาคารก็ต้องประทับใจกับ รอยยิ้มของเด็กนักเรียนตัวน้อยๆหันมายิ้มให้ พร้อมกับท่าทางตื่นเต้น ดีใจ พร้อมบอกกับเพื่อนๆของตัวเองว่าครูมาแล้ว ครูมาแล้ว ฉันก็ได้แต่ยิ้มให้เด็กๆและรอยยิ้มของเด็กเหล่านั้นก็ทำให้ฉันคิดว่า เอาก็เอาวันนี้เป็นไงเป็นกันทำให้สุดชีวิต  เราเริ่มสอนศิลปะในบรรยากาศมีต้นไม้เป็นกำแพง และมีต้นหญ้าเป็นเพดาน  เด็กที่นี่แตกต่างจากเด็กที่เคยสอนมาเค้าตั้งใจเรียน ตั้งใจวาด ตั้งใจขีดเส้น แม้จะมีบางคนง่วงหงาวหาวนอน แต่เค้าก็ตั้งใจระบายภาพตามที่ครูสอน ตามที่ครูแนะนำ ฉันรู้ว่าคำพูดที่พูดไปบางคำพูดเด็กพวกนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจแต่สักวันเค้าจะต้องเข้าใจ และเมื่อเราสอนเขาอย่างน้อยแค่เขาได้ลองวาด ลองขีด ลองเขียน ใครจะไปรู้หนึ่งในนี้ในอนาคตอาจจะมีศิลปินนั่งอยู่ก็ได้ สิ่งที่ฉันคิดเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อยเมื่อได้มาสอนศิลปะ จากที่การมาเพื่อเติมพลังให้กับตัวเอง มันได้แปรเปลี่ยนเป็นจะทำให้เด็กเหล่านี้อยากที่วาดรูปโดยไม่กลัวที่วาด ไม่กลัวระบายสีลงไปในกระดาษแผ่นขาว ได้อย่างไร   จากการที่ฉันได้มาสอนศิลปะในทริปนี้ ทำให้ได้รู้ว่าชีวิตที่เปี่ยมไปความสุขบางครั้งมันก็ได้มาแบบง่ายๆเพียงคิดที่จะให้  และมีความสุขที่จะทำ และฉันก็ไม่ได้สอนพวกเค้าอย่างเดียว แต่เค้าก็สอนฉันด้วยเหมือนกัน พวกเด็กๆทำให้วันนี้เป็นวันที่มีค่าสำหรับฉันมากอีกวันนึง  ขอบคุณเด็กๆที่มอบรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสุข และคำขอบคุณอันแสนเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ

 

ครูเหมี่ยว

 

16 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านหนองไร่

 

                วันนี้ดูเหมือนว่าน้องๆ จะตั้งตารอคอยที่จะได้ทำกิจกรรม  บรรยากาศยามเช้าในวันนี้ค่อนข้างสดใสและไม่ร้อนมาก  พี่ๆ staff ต่างช่วยกันจัดเตรียมของเพื่อจะทำกิจกรรมตรงบริเวณลานสนามบาส  ข้างๆสนามเป็นสวนยางพาราดูร่มรื่นดี  วันนี้กิจกรรมของเรานำทีมโดยครูต้อม แต่ก่อนที่ครูต้อมจะเริ่มสอนให้น้องๆได้เรียนรู้และเข้าใจกับศิลปะ  พี่ออยพี่ staff ที่น่ารักของเราก็แนะนำให้น้องๆได้รู้จักกับทุกๆคนในทีมงาน และเล่นเกมส์กันนิดหน่อย น้องๆทำท่าทาง วาด..ศิลป์...ที่..บ้าน..เกิด ตามพี่ออมและสนุกไปกับกิจกรรม

 

                หลังจากที่น้องๆสนุกสนานไปกับกิจกรรมของพี่ออยแล้ว พี่ออยก็ให้น้องๆจับกลุ่มกันห้ากลุ่มตามชื่อ วาดศิลป์ที่บ้านเกิดและนั่งกันตามกลุ่มของตนเอง ครูต้อมก็เริ่มอธิบายและสอนให้น้องๆรู้จักกับสีและเส้นซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการวาดภาพ น้องๆให้ความสนใจและตั้งใจกับการวาดมาก ทุกคนต่างวาดกันอย่างมีความสุข   กิจกรรมในช่วงเช้าก็ผ่านไปได้ด้วยดี ช่วงพักรับประทานอาหารน้องๆก็พักไปเล่นกันตามประสาเด็กอย่างสนุกสนาน แต่ช่วงบ่ายอากาศเริ่มมึดครึ้มดูเหมือนว่าฝนใกล้จะตก พี่ๆ staff ก็ให้น้องๆย้ายไปที่อาคารเรียน ถึงแม้ว่าฝนจะตกน้องๆก็ยังดูสดใสและสนุกไปกับกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมช่วงบ่ายน้องๆได้เพ้นท์เสื้อยืด น้องๆให้ความสนใจมากเพราะได้เพ้นท์เสื้อซึ่งเป็นลายที่แต่ละคนได้ออกแบบเอง น้องๆดูประทับใจและมีควาสุขกับกิจกรรมในวันนี้ถึงแม้ว่าวันนี้ช่วงบ่ายฝนจะตกหนัก แต่น้องๆก็ยังตั้งใจทำงานศิลปะ  พี่ๆ staff ทุกคนรู้สึกประทับใจมากและหวังว่าความรู้ที่ได้ให้กับน้องๆในวันนี้จะช่วยให้น้องๆมีความรู้ในศิลปะและรักความเป็นศิลปะในท้องถิ่นของตนเองและสืบสานให้คงอยู่ต่อไป

 

ครูแอ๊น

 

21 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านเขาคลองซอง

 

                การเดินทางมาสู่โรงเรียนแห่งนี้รู้สึกถึงระยะทางที่ค่อนข้างไกลดูเชียว  จากถนนสายหลักมาสายใหญ่และเข้าสู่ถนนสายเล็กๆที่ทอดตัวยาวไกล  พบพานเพียงบ้านหลังเล็กๆของชาวบ้านที่อยู่กันอย่างไม่แออัดและแลดูจะมีคนอยู่น้อยมาก  ส่วนใหญ่ของถนนเล็กๆสายนี้มีแต่ทิวทัศน์ของสวนป่ายางและสวนต้นปาล์มขนาดใหญ่  ที่ถูกปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบ  แลดูเหมือนงานศิลปะอินสตอลเลชั่นของศิลปินญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ทำเป็นซุ้มไผ่ระยะยาวทอดตัวอยู่ในสวน   หรือแม้แต่ต้นปาล์มต้นใหญ่สวยงามเรียงกันก็จะมีหมู่ต้นเฟิร์นใบต่างๆขึ้นอยู่เต็มต้น  ดูแล้วรู้สึกถึงความชุ่มชื้นซึ่งแตกต่างจากบรรยากาศของบริเวณข้างนอกอย่างสิ้นเชิง  เพราะอากาศในวันนี้ค่อนข้างร้อนและแสงแดดจ้า  ปากทางเข้าโรงเรียนจะมีบ้านไม้เรียงติดกันเป็นแถว  ลักษณะเป็นบ้านทรงเก่าตามที่เราได้เห็นในสถานที่ท่องเที่ยวที่กลับมาอนุรักษ์อย่างเช่นตลาด100ปี  แต่ที่นี่ดูไม่วุ่นวายและแออัด  วิถีชาวบ้านยังคงอยู่เหมือนเดิมเพราะไม่ได้ปรับไปเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 

 

                เมื่อถึงโรงเรียนบ้านเขาคลองซอง  นับว่าเหมือนโรงเรียนในจินตนาการที่พวกเราๆทั้งหลายต้องเคยวาดรูปกัน  คือมีฉากหลังเป็นทิวภูเขาทอดเรียงกันจากด้านหลังมาด้านข้าง  มีถนนสายเล็กผ่านด้านหน้าของโรงเรียน  และกิจกรรมวาดศิลป์ที่บ้านเกิดก็ได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยกิจกรรมการเล่นสีบริหารมือกัน แรกๆน้องยังคงเกร็งกันอยู่ไม่ค่อยกล้าทำงานกัน  สาเหตุมาจากการวาดรูปไม่สวย วาดไม่เป็น  เหล่าพี่ๆจึงช่วยกันจุดประกายความกล้าและความคิดให้กับน้องว่าศิลปะไม่มีคำว่าผิด  จะผิดก็ต่อเมื่อไม่ลงมือทำ  จึงทำให้น้องกล้าที่จะแสดงออกในการวาดรูปขึ้นมา  และแต่ละคนค่อนข้างที่จะมีมุมมองแปลกแตกต่างกัน  ผลงานจึงดูมีความน่าสนใจมากขึ้น

 

                แม้โรงเรียนแห่งนี้ดูจะไม่ไกลจากความเจริญมากเท่าไร  แต่สิ่งที่ทำให้น่าประหลาดใจว่า มีแบบนี้จริงหรือซึ่งตามความคิดส่วนมากน่าจะเป็นโรงเรียนที่ทุรกันดารมากๆ มีน้องผู้หญิงคนนึงได้บอกว่า บ้านหนูไม่มีเตารีด บ้านหนูอยู่บนเขา ใช้แต่ตะเกียงน้ำมันเพราะมีกิจกรรมเพ้นท์เสื้อต้องใช้เตารีด ก็ได้แต่แนะนำให้ฝากเพื่อนรีดให้  เด็กผู้หญิงอีกคนนึงก็มีน้องเล็กๆ2 คน เดินตามติดร้องไห้เป็นภาระของเธอที่ต้องคอยเลี้ยงน้องและเรียนไปด้วย  เนื่องจากผู้ปกครองต้องไปทำงานจึงไม่มีคนดูแล  ต้องนำมาฝากไว้ที่โรงเรียน  ก็เป็นข้อคิดให้กับตัวข้าพเจ้าเองที่คิดว่าชีวิตลำบากจัง  แต่น้องคนนี้ลำบากกว่าเยอะ  แม้กระทั่งโอกาสในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ  ซึ่งจากการตั้งคำถามและให้น้องตอบ  แลดูน้องๆไม่ค่อยมีประสบการณ์และความรู้ทางด้านศิลปะเท่าที่ควร  ความรู้ที่เหล่าพี่ๆได้มอบให้น้องในวันนี้จึงน่าจะเป็นสิ่งแปลกใหม่ในทักษะด้านศิลปะ  ฝึกความกล้าและการแสดงออกในการวาดภาพได้มากพอดู  แม้จะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางที่ไกลขึ้นเรื่อยๆในครั้งนี้  แต่ก็ได้รับรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านที่เป็นทั้งรูปธรรมและนามธรรม  พร้อมสลับสับเปลี่ยนกับทัศนียภาพอันสวยงามของสวนป่ายางและสวนต้นปาล์มที่ให้ความจรรโลงใจต่อการเดินทางครั้งนี้

 

ครูกี้

 

24 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านบึงตาต้า

 

                ความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ก้าวเข้ามาสู่รั้วของโรงเรียนบ้านบึงตาต้า ก็คือรู้สึกประทับใจในการต้อนรับของโรงเรียนนี้เป็นอย่างมาก เพราะว่าคุณครูได้เตรียมสถานที่ไว้ให้เราสำหรับทำกิจกรรม วาดศิลป์ที่บ้านเกิดโดยจัดไว้ให้ที่หอประชุม ที่มีน้องๆ ชั้นม.1-2 นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จัดเรียงไว้เป็นระเบียบ และยังมีการเตรียมไมโครโฟนกับลำโพงเอาไว้ให้เราได้ใช้งาน แค่นี้ยังไม่พอยังได้เตรียมนำเย็นใส่คูลเลอร์ไว้ให้อีกด้วย

 

                ในช่วงเช้าครูตั้งได้เลือกสถานที่แห่งการเรียนรู้ของน้องๆ ไว้ที่ใต้ร่มของต้นไม้ (ซึ่งพี่ออยก็ไม่รู้ว่าคือต้นอะไร) ที่มีรากห้อยย้อยลงมา ที่สำคัญต้นไม้ต้นนี้ยังเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยเป็นอย่างดีของเจ้าหนอนน้อยและมดดำโดยสังเกตได้จากใบที่พรุนเป็นรูๆ ทั่วทั้งต้น แต่น้องๆ เค้าก็ไม่กลัว นั่งฟังครูตั้งบรรยายไปเรื่อยๆ ตั้งแต่แม่สี สีร้อน สีเย็นฯ สิ่งที่ครูตั้งย้ำกับน้องๆ ตลอดเวลาที่พี่ออยได้ยินก็คือ อย่ากลัวสีหัก อย่ากลัวสีหมด อย่ากลัวสีเจ็บซึ่งพี่ออยก็เห็นด้วยเพราะว่าช่วงแรกๆ น้องๆ ไม่กล้าหักสีกันเลย แต่พอพวกพี่ๆ ทำตัวอย่างให้ดูก็เริ่มทำตาม โดยในลองของช่วงที่ 1 แสดงฝีมือโดยครูแอ้นท์ในการลากเส้นทั้งตรงและนอน โดยมีครูตั้งคอยเดินให้คำอธิบายกับน้องๆ ที่กำลังวอร์มมือเพราะว่าเครื่องยังไม่ค่อยร้อน และในลองของช่วงที่ 2 ก็แสดงฝีมือโดยครูจูน ที่ออกมาแสดงฝีมือให้น้องๆ ดูอย่างสุดฤทธิ์ จนภาพของครูจูนออกมาสวยมากๆ แต่น้องๆ บ้านบึงตาต้าก็ไม่แพ้กัน ขนาดพี่ออยแอบได้ยินน้องๆ บางคนบอกว่ารู้สึกเฉยๆ กับศิลปะ ผลงานยังออกมาสวยงามเลยค่ะ พี่ออยคิดว่าน้องๆ คงเริ่มจะเครื่องร้อนกันแล้ว เพราะว่าดูจากความตั้งใจในการตอบคำถามที่เริ่มจะแย่งกันตอบมากขึ้น และผลงานที่ออกมา

 

ตอนกลางวันหลังจากน้องๆทานข้าวเสร็จ พี่ออยเห็นน้องๆ เล่นกีฬากันใหญ่ เพิ่งมารู้ทีหลังจากเสียงประกาศของคุณครูว่ากำลังจะมีกีฬาสีกันนั่นเอง หลังจากปล่อยให้น้องๆเล่นกีฬาสักพัก เราก็มาเริ่มทำกิจกรรมในช่วงบ่ายกันต่อ โดยเราก็ต้องหลบแสงแดดที่เริ่มจะยึดพื้นที่ใต้ร่มไม้ของเรามาเป็นที่หอประชุมที่ช่วงเช้าคุณครูได้เตรียมไว้ให้ ซึ่งพี่ออยก็เริ่มด้วยการย่อยอาหารของผู้ที่มาช้าด้วยการเต้น เสร็จแล้วเราก็มาเล่นเกมส์กัน ดูท่าแล้วน้องๆ จะสนุกค่ะ เพราะว่าอยากเล่นอีก แต่เดี๋ยวเวลาจะไม่พอ พี่ออยจึงยกหน้าที่ให้ครูตั้งที่นำภาพของน้องๆ หลายๆ คนออกมาวิจารณ์พร้อมให้ข้อคิดในการปรับปรุงผลงาน บอกทั้งข้อดี ข้อเสียของภาพแต่ละภาพให้น้องๆ ได้รับรู้ถึงศักยภาพของตัวเอง เมื่อดูภาพครบแล้วเราก็มาถึงกิจกรรมงานกลุ่มตามที่น้องๆ ได้ยกมือเลือกแล้วค่ะ ซึ่งน้องๆ ก็ร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างเต็มที่ (ประมาณว่าของฉันสวยสุด) และก็มาถึงงานสุดท้ายที่ดูจะเป็นขวัญใจของน้องๆ ในหลายๆ โรงเรียนรวมถึงที่นี่ด้วยก็คือ กิจกรรมการเพ้นท์เสื้อนั่นเอง ซึ่งแต่ละคนก็งัดฝีไม้ลายมือมาโชว์กันเต็มที ชนิดที่พี่ออยเห็นก็ยังทึ่งกับผลงานของน้องๆ ชั้นม.1-2 เลยค่ะ พอเหลือบมองนาฬิกา อ้าว! หมดเวลาซะแล้ว ได้เวลาที่เราต้องจากกันแล้วค่ะ ขอให้สิ่งที่น้องๆ ได้ไปในวันนี้มีประโยชน์ทางใดทางหนึ่งกับน้องๆ นะคะ โชคดีค่ะทุกคน

 

พี่ออย

 

28 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านท่าจาม

 

                วันนี้ของพวกเรากับโรงเรียนบ้านท่าจาม เมื่อได้ยินชื่อโรงเรียน ก็ชวนสงสัยว่ามีที่มาจากอะไร ครูตั้งจึงลองตั้งคำถามเล็กๆให้น้องๆลองฝึกคิดกันดูสักนิด น้องๆเสนอความคิดต่างๆนานาว่าน่าจะมีที่มาจากอะไรบ้าง และแล้วเราก็ยังไม่ทราบคำตอบที่ชัดเจน แต่อย่างน้อยก็ทำให้น้องๆได้ฝึกการคิด การใช้จินตนาการ วันนี้อากาศดีทีเดียว ลมพัดเย็นสบาย ห้องเรียนของเราในวันนี้กว้างขวางมาก มีสีเขียวรายรอบ สบายตายิ่งนัก คนพร้อม สถานที่พร้อม อุปกรณ์พร้อม และสิ่งสำคัญที่สุด ใจของน้องๆที่มีความพร้อมเกินร้อย เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ครูตั้งจึงเริ่มนำน้องๆเข้าสู่โลกแห่งศิลปะ โลกที่ไม่มีสิ่งใดผิด โลกที่ไม่มีกฎเกณฑ์ต่างๆมาตีกรอบความคิด งานชิ้นแรก เป็นการฝึกสมาธิ การใช้มือ โดยการใช้เส้น น้องๆทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานกันมาก ชิ้นที่สอง เป็นการใช้รูปร่างรูปทรง เส้น สี ต่างๆมาผสมผสานกัน โดยมีครูจูนทำงานชิ้นนี้ไปพร้อมๆกับน้องๆเพื่อเป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆให้น้องๆเกิดปิ๊งไอเดียร์ดีๆขึ้นมา กิจกรรมช่วงเช้าผ่านไปเร็วเหมือนโกหก เมื่อถึงการทำกิจกรรมในช่างบ่าย น้องๆยังดูคึกคักสนุกสนานแรงยังไม่ตกกันเลย พลังงานยังเต็มเปี่ยมกันมาก พี่นกและพี่ออยเลยจัดเพลงให้น้องเด้นกระจายเพื่อย่อยอาหาร หลังจากที่เสียเหงื่อไปเล็กน้อย เราก็เข้าสู่โลกแห่งศิลปะอีกครั้ง กิจกรรมแรก งานกลุ่ม น้องๆมีความสามัคคีในการทำงานดีมาก ร่วมด้วยช่วยกันจนงานออกมาอย่างสมบูรณ์สวยงาม กิจกรรมสุดท้าย เป็นงานที่น้องๆมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี่คือหนึ่งเดียวในโลก การเพ้นท์เสื้อ ไม่มีใครยอมใครกันเลย แสดงฝีไม้ลายมือกันอย่างเต็มที่ กิจกรรมทุกอย่างจบลงอย่างสวยงาม และนี่คือสิ่งดีๆที่ครูตั้งและพี่Staff   ทุกๆคนนำมามอบให้น้อง ครูจูนหวังว่าสิ่งดีในวันนี้ที่น้องๆได้รับ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่เชื่อเหลือเกินว่า สิ่งดีๆเล็กๆในวันนี้ จะทำให้น้องๆกลายเป็นคนดีๆกลุ่มใหญ่ในวันหน้า โชคดีกับทุกวันนะค่ะเด็กๆที่น่ารัก

 

 ครูจูน

 

30 กันยายน 2553โรงเรียนบ้านห้วยมะระ

 

                ในระหว่างที่เดินทางมาด้วยรถตู้ พวกเราแล่นผ่านสวนยางพาราสลับด้วยไร่มันสำปะหลังกับสวนปาล์มซึ่งปูเป็นผืนพรมสูงต่ำสลับไปมาอยู่บนผืนดินมาบเนินตามวิถีทำกินที่ดำเนินอยู่ของคนที่นี่ท่ามกลางสภาพภูมิทัศน์ดั่งเดิมของธรรมชาติ  และแล้วพวกเราก็มาถึงโรงเรียนห้วยมะระ  ที่นี่กลุ่มอาคารเรียนหลังเล็กๆและลานโล่งสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะเจาะใต้ร่มใบครึ้มเขียวของต้นไม้ใหญ่หลายต้นที่แผ่กิ่งก้านเยียดกว้าง พวกเราใช้ลานปูนใต้เงาร่มไม้ที่มีลวดลายตาแสงระยิบของแดดใสยามเช้าเป็นที่ทำกิจกรรม

 

                ก่อนอื่นพี่ๆเริ่มขยับสลัดความนิ่งให้เป็นสนุกสนาน น้องๆก็ร้องเล่นเต้นตามเขย่าไปเขย่ามาจนเข้าที่ ตามสูตรเมื่อน้องๆได้พลัดกันขานชื่อกลุ่ม 5 คำพร้อมท่ากลุ่มเวียนกันจนครบเราก็ได้กลุ่ม วาด-ศิลป์-ที่-บ้าน-เกิด พร้อมเริ่มเล่นสีด้วยกันแล้ว พวกเรานำโดยครูตั้งได้ช่วยกันปูพื้นฐานศิลปะและชี้ให้น้องๆเห็นความเป็นศิลปินน้อยในตัวเองผ่านกิจกรรมวาดระบายสีบนกระดาษ มีทั้งงานเดี่ยวและงานกลุ่มชิ้นใหญ่ที่ต้องช่วยกันทำรวมถึงงานเพ้นท์สีบนเสื้อ ทั้งยังไม่ลืมสอดแทรกเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์กระตุ้นให้น้องๆเห็นความสำคัญของท้องถิ่น  เมื่อน้องๆเริ่มวาดระบายตามใจคิดอย่างสนุกสนาน การลงมือทำให้ภาพตามจินตนาการของตนปรากฏด้วยใจที่เพลิดเพลินเบิกบานนั้นเป็นก้าวแรกของการสร้างสรรค์ที่ดี ภาพนั้นจึงดูมีชีวิตมีความหมายมีคุณค่าทางใจอยู่เสมอเมื่อได้มอง แม้ผลงานนั้นจะสวยงามไม่พอสำหรับส่งขึ้นเวทีประกวดตามกรอบของการแข่งขันก็ตาม

 

                เลยชายเงาบนลานปูนไปอีกหน่อยก็เป็นสนามหญ้าโล่งกว้างผืนใหญ่น่าวิ่งเล่น แล้วโอบล้อมด้วยต้นไม้ไว้เป็นแนวเขตของโรงเรียน  ธรรมชาติที่ไม่ได้แต่งเติมอะไรมากนักก็ดูสวยงามในตัวเองได้ เพียงเราคอยดูแลปัดกวาดจัดแจงให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง  ไม่ต่างกับน้องๆทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมเลย

 

 ครูต้อม

 

 

 

3 พฤศจิกายน 2553โรงเรียนบ้านเนินตอง

 

                มีคนเคยบอกว่าลมหนาวมันทำให้คนเหงา  เพราะบรรยากาศมันเวิ้งว้างเหงาๆซึ่งเหมือนกับวันนี้ที่มีลมหนาวมา  แต่ว่าคงจะไม่เหมือนในประเด็นเหงาแน่นอน  เพราะวันนี้มีน้องๆแห่งโรงเรียนบ้านเนินตอง ที่ใส่เสื้อเขียวสอดคล้องกับโรงเรียนมาร่วมกิจกรรมวาดศิลป์ที่บ้านเกิดกับเรา  นอกจากจะมีน้องๆที่ทำให้ไม่เหงา  ยังมีพี่ๆสื่อมวลชน นสพ.มติชนรายวันที่มาทำข่าวรายล้อมให้พรึบพรับพร้อมกับช่วยดูแลน้องบ้านเนินตองอีกต่างหาก  วันนี้เริ่มด้วยพี่จุ๋ม  และพี่นัท จาก บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ได้มาเล่านิทานเรื่องสั้นๆให้น้องๆฟัง  ต่อด้วยพี่นกที่พาออกไปยืดเส้นยืดสายกลางแจ้งให้เครื่องร้อน(ประมาณว่าร่างกายตื่นและอบอุ่น)  บรรยากาศวันนี้มีลมพัดอยู่ตลอดเวลาไม่ร้อนเลยซักนิด  ครูตั้งเลยบอกเด็กๆว่าโชคดีมากเลยนะเนี่ยโรงเรียนนี้..มีอากาศสดชื่นเย็นสบาย  เพราะฉะนั้นทุกคนปล่อยตัวปล่อยใจและสร้างงานศิลปะอย่างอิสระได้เลยอย่าไปกลัวอย่าไปเกร็ง  ศิลปะไม่มีผิด  ไม่มีคำว่าทำไม่ได้  จะผิดก็เพราะไม่ยอมลงมือทำ  เพราะมีน้องบางคนเห็นรูปที่ครูตั้งวาดและคิดออกมาเป็นคำพูดที่เสียงดังว่า ยาก..ทำไม่ได้หรอก   เมื่อน้องผู้นั้นได้ลงมือทำจึงเข้าใจในสิ่งที่ครูตั้งพูดและก็ทำงานศิลปะออกมาได้เป็นอย่างดีโดยที่ลืมคำพูดของตนเองตอนแรกไปเลย  และมีบางคนที่ทั้งครูตั้ง  ครูต้อม  ลงไปสอนเทคนิคให้อีกด้วย  น้องๆทุกคนต่างขมีเขม้น  และตั้งใจพวกกับสนุกสนานกันตลอดทั้งวัน

 

                การทำกิจกรรมในวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายในปี 2553 นี้  พี่นกแอบคิดเล็กๆว่าน้องๆที่เข้าร่วมโครงการทุกคนไม่เพียงแต่น้องในโรงเรียนนี้  แต่ทุกโรงเรียนสามารถคิดต่อยอดในการทำสิ่งต่างที่ดีๆให้กับส่วนร่วม  ด้วยการที่ฝึกฝนศิลปะบ่อยๆทำให้กระบวนการคิดที่มีสติ  มีเหตุและผล  นำทุกๆอย่างที่ได้จากการร่วมกิจกรรมไม่เพียงแต่ศิลปะ  เข้าไปอยู่ในใจของทุกคนขอให้เป็นความคิดเล็กๆ  แต่เป็นเรื่องใหญ่ๆด้วยเถิดสาธุฯ....

 

พี่นก

แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 02 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 15:44 น.)

 

ภาพกิจกรรมวาดศิลป์ที่บ้านเกิด ปี2553

1(1)
1(2)
1(3)
1
111
11A1
2
3
44
5
6
99(1)
99
A1(1)
A1(2)
A1(3)
A1(4)
A1
A7(1)
A7(2)
A7
AD(1)
AD(2)
AD(3)
AD
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมสัญจรได้มองเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งของสังคมที่ขาดโอกาสทางสังคม เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับทักษะในการเรียนรู้ ขาดโอกาสชีวิตและการศึกษา ทางศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมสัญจรมีความตระหนักดีถึงปัญหาเด็กด้อยโอกาสในสังคม จึงได้ริเริ่ม"โครงการสอนศิลปะ วัฒนธรรมสัญจร (เพื่อเด็กด้อยโอกาส)เพื่อใช้ศิลปะที่สอดแทรกวัฒนธรรมในการบ่มเพาะให้เด็กด้อยโอกาสเหล่านี้มีโอกาสเรียนรู้อย่างเข้าใจ เห็นคุณค่าทางด้านศิลปะและวัฒธรรม และสามารถไปปรับประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นำมาซึ่งการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับตนเองและสังคม ไม่ใช้เวลาไปในทางที่ผิด ก่อเกิดการถ่ายทอดสิ่งดีๆขึ้นในสังคม และนำพามาซึ่งสังคมที่ดีมีความสุขต่อไป

ลานแบบ...สร้างสรรค์
กลอนกวี
รับสมัคร Staff

รับสมัคร Staff