"สุวรรณภูมิ สุพรรณภูมิ สุพรรณบุรี"
"สุวรรณภูมิ สุพรรณภูมิ สุพรรณบุรี"
บันทึกสัญจรในครั้งนี้เราไปกันที่จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องด้วยเราติดสอยห้อยตามกันไปในงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน (วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2551) ณ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปพระประธานประทับนั่งห้อยพระบาท ที่โคนเสาข้างพระประธานมีปูนปั้นรูปช้างและลิง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ สิ่งที่เราได้ประจักษ์ในการสัญจรครั้งนี้มีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย..
คนไทยเป็นใคร?
แต่เดิมมาความเป็นคนไทยมาจากที่ไหน ไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ที่รู้ได้แน่ๆก็คือคนไทยก็เป็นคนที่เหมือนกับชาวมอญ ชาวเขมร ชาวลาว ชาวเวียดนาม ชาวมาลายู เหมือนกันทั้งแผ่นดินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความเป็นพี่เป็นน้องที่ไม่มีเส้นแบ่งใดๆทั้งสิ้นทั้งชาตินิยมและดินแดน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกถึงความเป็นชุมชนที่เราได้ไปสัญจรมา คือ
- พิพิธภัณฑ์บ้านดอนตาเพชร
แหล่งโบราณคดีที่จัดอยู่ในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (สมัยที่คนเราไม่มีตัวหนังสือใช้ ยังไม่มีการขีดเขียนเป็นลายลักษณ์อัษร) ที่เราเรียกว่ายุคโลหะตอนปลาย เป็นยุคที่ผู้คนอยู่ร่วมเป็นชุมชนหรือหมู่บ้านขนาดใหญ่มีอาชีพในการทำกสิกรรม เลี้ยงสัตว์ หาปลาเป็นอาหาร รู้จักการนำแร่โลหะจำพวกเหล็ก ทองแดง และดีบุก มาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะและเครื่องประดับ มีความสามารถอย่างสูงในการรู้จักหล่อโลหะประเภทสำริด (เป็นส่วนผสมของทองแดงกับดีบุก) มีการเดินทางค้าขายติดต่อกับชุมชนอื่นๆทั้งไกลใกล้ นับว่าเป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีสมัยก่อนประวัติศาสตร์
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
คลังโบราณวัตถุที่บอกพัฒนาการของเมืองโบราณอู่ทองสมัยก่อนประวัติศาสตร์แบบสังคมเกษตรกรรมยุคหินใหม่ต่อเนื่องถึงยุคโลหะ เมื่อประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว และประมาณ 2,000 ปีที่ผ่านมาพบหลักฐานโบราณวัตถุแสดงว่าเมืองโบราณอู่ทองในฐานะเมืองท่าค้าขายสำคัญระหว่างชุมชนโบราณในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) กับประเทศสำคัญของโลกในเวลานั้น เช่น ลูกปัดชนิดต่างๆ ทำด้วยหินมีค่าที่นำเข้าจากประเทศอินเดีย เหรียญกษาปณ์โรมัน ปูนปั้นรูปพ่อค้าชาวเปอร์เซีย ป็นต้น ซึ่งมีผลทำให้เมืองโบราณอู่ทองพัฒนาขึ้นเป็นเมืองสมัยประวัติศาสตร์ยุคแรกสุดบนผืนแผ่นดินไทยในเวลาต่อมา
เป็นมาอย่างไร ? สุพรรณบุรี
ดินแดนและผู้คนบริเวณสุวรรณภูมิหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีต้นกระแสประวัติศาสตร์เดียวกันและมีบรรพชนร่วมกันอย่างน้อย 5,000 ปีมาแล้ว แต่...คนพวกหนึ่งบริเวณบริเวณภาคกลางที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่งสมมติชื่อเรียกตัวเองว่า "คนไทย" เมื่อราว 1,700-1,800 สืบจนทุกวันนี้
สุพรรณบุรีอยู่อย่างไรแต่เดิมมา?
เมื่อราว 12,000 ปี น้ำทะเลท่วมท้นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลึกเข้าไปในแผ่นดินไทยทะเลเว้าเข้าไปถึงบริเวณอำเภอเมืองและอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ทะเลอ่าวไทยมิได้อยู่คงที่แต่ยังคงงอกออกไปทับถมดินตะกอนกลายเป็นดินดอนแลผืนดินจนถึงทุกวันนี้
จากสุวรรณภูมิ มาสุพรรณภูมิ สุพรรณบุรี
สุวรรณภูมิ แปลตามศัพท์ก็คือ แผ่นดินทอง หรือดินแดนทอง ในเอกสารจีนเรียกดินแดนแถบนี้ว่าจินหลิน หรือกิมหลิน ส่วนหลักฐานอาหรับเรียก ดิวมัน ซึ่งมีความหมายเดียวกันว่าแผ่นดินไทยที่เดียว แต่หมายถึงผืนแผ่นดินเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) ***ส่วนสุวรรณภูมิที่เป็นชื่อของท่าอากาศยาน เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (มาจากเรื่องพระมหาชนก) เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2543
สุพรรณภูมิ สุพรรณบุรี---สุพรรณภูมิกับสุพรรณบุรีก็คือเมืองเดียวกันมีความหมายเหมือนกันกับสุวรณภูมิ เพีงแต่ว่าสุพรรณบุรีคงมีเรียกกันทีหลัง สุพรรณบุรีมีขึ้นราวพ.ศ.1,800 ยุคกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องจากชื่อเดิมว่า สุพรรณภูมิ ที่มีตั้งแต่ช่วงหลังพ.ศ.1,600 แต่ยุคหลังจะใช้ควบคู่กัน
--*--เอกลักษณ์สุพรรณบุรี สำเนียง "เหน่อ"
ถ้าพูดถึง "เหน่อ" ปฏิเสธไม่ได้ที่ทุกคนจะนึกถึงคนสุพรรณ แต่โดยความเป็นจริงแล้ว สำเนียงเหน่อมีการพูดกันเก่าแก่ที่ฟากตะวันออกของแม่น้ำโขงบริเวณตอนใต้ของจีนแถบมณฑลกวางสีคาบเกี่ยวถึงกวางตุ้งไล่ลงมาลาวจนถึงไทย (ยังพบว่าความจริงแล้วนั้นกวางตุ้งก็กินข้าวเหนียวนี่แหละ) สำเนียงเหน่อเป็นสำเนียงหลักในสมัยกรุงศรีอยุธยามีใช้ในราชสำนักและชาวบ้าน ซึ่งแต่เดิมสุพรรณภูมิเป็นเมืองหลวงมาก่อน พอย้ายเมืองหลวงก็ยังใช้สำเนียงนี้มาจนถึงปัจจุบัน ณ สุพรรณบุรี
การแสดงโขนก็จะใช้สำเนียงเหน่อเพราะสำเนียงเหน่อนิยมใช้กันในวังหลวง และการรักษาขนบธรรมเนียมบวกกับการไม่กล้าเปลี่ยนสำเนียงเพราะเป็นสำเนียงที่ใช้กันในวังเกรงกลัวโทษที่จะเปลี่ยนสำเนียง
***เป็นที่เข้าใจอย่างแน้แท้แล้วว่าสำเนียง "เหน่อ" ไม่ได้บ่งบอกความเป็นคนบ้านนอกเพราะในวังหลวงก็ใช้สำเนียงเหน่อ
เป็น "ราชอาณาจักรสยาม" ได้อย่างไร
เจ้านครอินทร์ หรือสมเด็จพระครินทราราชาธิราช ทรงเป็น "หลาน" ขุนหลวงพ่องั่ว มีเชื้อสายราชวงศ์สุโขทัยถือว่าเป็นเชื้อสาย "พระร่วง" เมื่ออยู่เมืองสุพรรณบุรีเคยเสด็จไปเมืองจีน จักพรรดิจีนมอบช่างทำเครื่องปั้นดินเผามาทำสังคโลกที่เมืองสุโขทัย (ทรงเป็นกษัตริย์ครองสุโขทัยด้วย) ต่อมาด้วยการอุดหนุนของจักรพรรดิ (ผ่านเจิ้งหอ หรือซำปอกง) จึงยึดครองกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ แล้วสถาปนา "ราชอาณาจักรสยาม" เป็นครั้งแรก
บันทึกสัญจรครั้งนี้เป็นการย้อนอดีตตามรอยประวัติศาสตร์ เรียนรู้สังคม พร้อมนำสู่การสร้างสรรค์สิ่งๆดีให้สังคมที่น่าอยู่ไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป ขอเพียงแค่ทุกคนไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด...
ขอขอบคุณ
อาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ
อาจารย์รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล
อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|























